อักษรย่อ LGBTQIA+ มีความหมายว่าอย่างไร เริ่มต้นจากไหน

อักษรย่อ LGBTQIA+ มีความหมายว่าอย่างไร เริ่มต้นจากไหน

ตลอดเดือนมิถุนายนนี้หลายคนคงได้ยินเกี่ยว Pride Month เดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT ที่หลาย ๆ คนคุ้นหูคุ้นตากัน ซึ่งในยุคนี้คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก LGBT ประกอบไปด้วย ‘Lesbian’ ‘Gay’ ‘Bisexual’ และ ‘Transsexual / Transgender’ ซึ่งก็คือคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั่นเอง อักษรย่อนี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ยุค 90s ในช่วงเริ่มต้นมีตัวอักษรเพียง 3 ตัวคือ LGB แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน สังคม วัฒนธรรม ความคิดของผู้คนก็เปลี่ยนตาม จนถึงวันที่ ‘ความแตกต่าง’ ได้รับการยอมรับมากขึ้น ‘ความเท่าเทียม’ ถูกให้ความสำคัญ ‘ตัวตน’ ของผู้คนที่เคยถูกตีกรอบไว้ก็เข้มแข็งมากพอที่เดินออกสู่แสงสว่าง
The post อักษรย่อ LGBTQIA+ มีความหมายว่าอย่างไร เริ่มต้นจากไหน appeared first on #beartai.

ตลอดเดือนมิถุนายนนี้หลายคนคงได้ยินเกี่ยว Pride Month เดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT ที่หลาย ๆ คนคุ้นหูคุ้นตากัน ซึ่งในยุคนี้คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก LGBT ประกอบไปด้วย ‘Lesbian’ ‘Gay’ ‘Bisexual’ และ ‘Transsexual / Transgender’ ซึ่งก็คือคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั่นเอง อักษรย่อนี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ยุค 90s ในช่วงเริ่มต้นมีตัวอักษรเพียง 3 ตัวคือ LGB แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน สังคม วัฒนธรรม ความคิดของผู้คนก็เปลี่ยนตาม จนถึงวันที่ ‘ความแตกต่าง’ ได้รับการยอมรับมากขึ้น ‘ความเท่าเทียม’ ถูกให้ความสำคัญ ‘ตัวตน’ ของผู้คนที่เคยถูกตีกรอบไว้ก็เข้มแข็งมากพอที่เดินออกสู่แสงสว่าง

อักษรเพียง 3 ตัวไม่อาจครอบคลุมความหลากหลายทางเพศได้อีกต่อไป นักเคลื่อนไหวเพื่อกลุ่มคนรักเพศเดียวกันในยุคนั้นจึงเพิ่มตัว T เข้าไปเพื่อเป็นตัวแทนของกลุ่ม Transgender / Transsexual หรือ คนข้ามเพศ แต่ความลื่นไหลทางเพศเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เพราะในยุคหลัง ๆ ก็พบว่ามีการเพิ่มตัวอักษรอื่น ๆ เข้าไปอีกหลายตัว เช่น LGBTQ, LGBTI, LGBTQIA ฯลฯ หรือแม้แต่การเติมเครื่องหมาย + ต่อท้ายเพื่อแสดงถึงความไม่สิ้นสุด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจตัวตนของคนในสังคม งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าตัวอักษรแต่ละตัว เป็นตัวแทนของใครบ้าง

L = Lesbian เลสเบี้ยน ใช้แทนความเป็น ‘หญิงรักหญิง’ G = Gay เกย์ แทนสถานภาพของ ‘ชายรักชาย’ B = Bisexual ไบเซ็กชวล หรือที่คนไทยเรียกสั้น ๆ ว่า ‘ไบ’ หมายถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจทั้งผู้ชายและผู้หญิงT = Transgender / Transsexual คนที่เป็น ‘ทรานส์เจนเดอร์’ คือคนที่ไม่รู้สึกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องเพศและบทบาททางเพศที่เกิดขึ้นในสังคมของตัวเอง เช่น บางคนเกิดมาเป็นเพศชายในสังคมที่กำหนดว่าเพศชายต้องเป็นแบบนี้ ๆ แต่ความรู้สึกข้างในกลับรู้สึกว่านั่นไม่ใช่ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่าตัวเขาเองตรงกับสิ่งที่สังคมกำหนดว่าเป็นเพศหญิงเสียมากกว่า

ถ้าความรู้สึกนี้ของทรานส์เจนเดอร์แรงกล้าจนรู้สึกว่าไม่ต้องการเป็นเพศโดยกำเนิดและมีความต้องการเปลี่ยนแปลงให้ตัวเองเป็นเพศอย่างที่ใจต้องการโดยการแปลงเพศ ก็จะเป็นว่า ‘ทรานส์เซ็กชวล’

Q = Queer เควียร์ เป็นคำที่เพิ่มขึ้นมาในภายหลัง แต่มีความน่าสนใจตรงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคำด่าคนรักเพศเดียวกัน แถมหยาบคายด้วย ด่าไปด่ามาคนรักเพศเดียวกันก็เลยนำคำนี้มาใช้เรียกแทนตัวเองเลยแล้วกัน

ทำนองว่าเป็นการยึดคืนเพื่อไม่ให้มันสร้างความเจ็บปวดได้อีก แนวคิดหลักของคนที่เรียกตัวเองว่า ‘เควียร์’ ก็คือ คนที่เชื่อว่าเพศวิถีของทุกคนมีความลื่นไหล เปลี่ยนแปลงได้

I = Intersex หรือภาษาไทยคือ ‘เพศกำกวม’ เป็นการเรียกตามลักษณะทางกายภาพของคนที่มีอวัยวะเพศทั้งหญิงและชายรวมกันตั้งแต่แรกเกิด ในบางลักษณะของ Intersex อวัยวะเพศจะพัฒนาชัดเจนคงที่เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนึ่งในความหลากหลายทางเพศA = Asexual เอเซ็กชวล คำนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยและอาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเพราะในโลกนี้มีคนที่เป็น Asexual อยู่ราว 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ ‘ไม่ฝักใฝ่ทางเพศ’ ขาดความสนใจทางเพศ ไม่ให้ความสนใจต่อกิจกรรมทางเพศA ที่ 2 มาจาก อะโรแมนติก (Aromantic) หมายถึงกลุ่มคนที่ไม่มีแรงดึงดูดความโรแมนติกกับผู้อื่นA ตัวที่ 3 มาจาก อะเจนเดอร์ (Agender) คือ กลุ่มคนที่ไม่ต้องการระบุเพศว่าตนเองเป็นเพศใด ๆ

คนกลุ่มนี้ก็คือคนปกติทั่วไป สามารถมีความรักได้แต่ไม่มีความใคร่ อาจถูกกระตุ้นทางกายให้อวัยวะเพศตอบสนองต่อการมีเพศสัมพันธ์ได้แต่ในระดับจิตใจจะไม่มีความรู้สึกในเรื่องนี้

มีนักวิจัยยืนยันว่าเอเซ็กชวลคือ ‘รสนิยมทางเพศ’ รูปแบบหนึ่ง นั่นหมายความว่ามันแตกต่างจากการถือพรหมจรรย์และไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องทางเพศ แต่ก็มีนักวิจัยที่ยังไม่เห็นด้วย ซึ่งการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่และเพิ่งเริ่มพัฒนาจึงยังไม่อาจสรุปได้ชัดเจน

P = Pansexual / Polysexual ‘แพนเซ็กชวล’ กับ ‘โพลีเซ็กชวล’ คือกลุ่มคนที่มีความรัก ความปรารถนาทางเพศ หรือแรงดึงดูดทางอารมณ์ต่อผู้อื่นโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะเป็นเพศไหน

ทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยแพนเซ็กชวลจะมีความเปิดกว้างกว่า สามารถเกิดแรงดึงดูดทางอารมณ์กับใครก็ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศวิถีและเพศตามกำเนิด ส่วนโพลีเซ็กชวลจะมีกลุ่มที่ชอบมากกว่าชอบน้อยกว่าอยู่ในใจ ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็แตกต่างจากไบเซ็กชวลที่มีความสนใจเฉพาะผู้ชายและผู้หญิง

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคำที่ใช้เป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศซึ่งแต่ละคำก็จะมีการอธิบายลักษณะที่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างอย่างที่ได้ยกตัวอย่างไป

เรียกได้ว่าหลากหลายจนไม่อาจอธิบายให้ครบได้ จึงเป็นที่มาของการเติมเครื่องหมาย + ต่อท้ายอักษรย่อเหล่านี้ไว้ เป็นการเปิดรับความหลากหลายทางเพศอื่น ๆ ที่อาจจะตามมา

รวมทั้งยังมีการมองเรื่องเพศแบบ ‘Non-Binary’ หรือ ‘นอน-ไบนารี’ เป็นสำนึกทางเพศที่ไม่ใช่ชายและหญิงและไม่มีการระบุเพศตามบรรทัดฐานทางสังคม ถ้ามองเรื่องเพศแบบนี้ก็จะไม่มีการใช้คำต่าง ๆ ที่อธิบายมาในการจำแนกตัวเองหรือคนอื่น ๆ ว่าคนนี้เป็นเกย์ คนนั้นเป็นผู้หญิง คนโน้นเป็นไบ ฯลฯ

และท้ายที่สุดแล้วใครเป็นใครหรือจะเรียกอย่างไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับการที่เรายอมรับและเคารพความแตกต่างของกันและกันและปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม

The post อักษรย่อ LGBTQIA+ มีความหมายว่าอย่างไร เริ่มต้นจากไหน appeared first on #beartai.

Credit ข่าวจาก : www.beartai.com/

Leave a Reply

เปิดงาน Thailand 5G Summit 2022 ผลักดัน 5G สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญของไทย Previous post เปิดงาน Thailand 5G Summit 2022 ผลักดัน 5G สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญของไทย
‘He’s got cancer, Barry!’ Gardiner slammed as train strike to worsen NHS delays Next post ‘He’s got cancer, Barry!’ Gardiner slammed as train strike to worsen NHS delays
Social Multiculious Forum View Stats