รัชกาลที่ 4 ทรงทราบเรื่อง การวิ่งเต้นติดสินบน ขอเป็นเจ้าเมือง แล้วท่านก็ทรงประกาศว่า”ใจมันมิใช่ใจคนเปนผีโหงผีห่า”

“ใจมันมิใช่ใจคนเปนผีโหงผีห่า” รัชกาลที่ 4 ทรงทราบเรื่อง การวิ่งเต้นติดสินบน ขอเป็นเจ้าเมือง แล้วท่านก็ทรงประกาศข้อความตอนหนึ่งว่า “ใจมันมิใช่ใจคนเปนผีโหงผีห่า “…ผู้ที่อยากจะเปนผู้สำเร็จราชการหัวเมือง สู้เปนหนี้ สินกู้ยืมท่านผู้อื่น สู้เสียดอกเบี้ยมาเสียสินบน ไปได้เปนผู้สำเร็จราชการเมืองเหล่านี้นั้น ขอให้ท่านทั้งปวงตั้งแต่ ผู้ดีตลอดไปจนไพร่รู้จักเถิดว่า ใจมันมิใช่ใจคนเปนผีโหงผีห่า สู้เสียเงินเสียทองเปนหนี้เปนสินผูกดอกท่านผู้อื่นไป ด้วยคิดว่าจะไปกินเลือดเนื้อมนุษย์ เถือเนื้อมนุษย์ หรือเอาเลือดมนุษย์ในเมืองนั้นมาใช้หนี้ได้ทันประสงค์ จึงคิดการดังนั้น ก็เพราะการในหัวเมืองเปนการไกลพระเนตรพระกรรณ ไกลหูไกลตาท่านผู้หลักผู้ใหญ่ จะพูดจะทำบังคับบัญชาอะไรไปคดๆ โกงๆ ก็อาจจะทำไปได้ทุกอย่าง...

“สยาม” ถูกใช้เรียกชื่อประเทศเป็นทางการสมัยรัชกาลที่ 4

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ   “…พิจารณาไปในเรื่องเมืองพม่าที่กล่าวในหนังสือต่างๆ ได้ความรู้ใหม่อีกอย่างหนึ่งว่า พม่าไม่ได้เรียกประเทศของตนว่า ‘พม่า’ เรียกว่า ‘กรุงอังวะ’ พระเจ้าแผ่นดินถึงเมื่อตั้งราชธานีอยู่ที่อื่น ที่สุดจนถึงพระเจ้าสีป่อก็เรียกว่า ‘พระเจ้าอังวะ’ น่าพิศวงว่าเหตุใดจึงมาเหมือนกันกับไทยที่เรียกประเทศสยามว่า ‘กรุงศรีอยุธยา’ และเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า ‘พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา’ มาจนตลอดรัชกาลที่ ๓ เพิ่งมาเรียกชื่อ ‘สยาม’ ในทางราชการตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา” (กรมพระยาดำรงฯ, เล่ม ๘,...

“สวนจิตรลดา” โครงการส่วนพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ ๙

ภาพประกอบเนื้อหา – พิธีทำขวัญแม่โพสพ ณ แปลงนาทดลอง สวนจิตรลดา ๒๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๔ (ภาพจาก สารานุกรมพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรอบ ๖๐ ปี แห่งการครองราชย์)   โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นจากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปราถนาให้พสกนิกรอยู่ดีมีความสุขตามอัตภาพ โดยเฉพาะเกษตรกร เนื่องจากเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของประเทศไทย จากการแปรพระราชฐานไปจังหวัดต่างๆ ทรงพบว่าเกษตรกรยังประสบปัญหาในการประกอบอาชีพอยู่มาก อาจเป็นปัจจัยให้ประเทศพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงทรงมุ่งมั่นพัฒนาการเกษตรไทยให้เจริญก้าวหน้า...

ภาพของพระเจ้าอยู่หัว “รัชกาลที่ 5” ตัวแทนของพระองค์ที่คนคิดถึงก่อนสิ่งใด

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5   วันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 ข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นำมาซึ่งความตระหนกตกใจอย่างใหญ่หลวงต่อพสกนิกรชาวไทยในยุคนั้น เพราะพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งแผ่นดินมายาวนานกว่ารัชสมัยใดๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ การจากไปอย่างกะทันหันทำให้ผู้คนเสียขวัญอย่างมาก “สี่แผ่นดิน” บทประพันธ์อมตะอันเลื่องลือของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช สะท้อนภาพให้เห็นความสมจริงในวันวิปโยคนั้นว่ามีการพูดถึงภาพของพระเจ้าอยู่หัวเป็นตัวแทนของพระองค์ที่คนคิดถึงก่อนสิ่งใดหมด “แต่เรื่องพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตนั้น พลอยไม่เคยนึกถึงเลย เพราะนึกไปไม่ถึงด้วยเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าหากว่ายายเทียบไม่เหลวไหลแล้วและข่าวนี้เป็นความจริงก็เท่ากับว่าหลักหรือแกนของโลกมนุษย์ที่พลอยรู้จักนั้นสลายลง ความเชื่อถือในข่าวร้ายที่ได้ยินเพิ่มมากขึ้นทุกระยะที่หัวใจเต้น พลอยเหลือบดูพระบรมรูปแผ่นใหญ่ที่ติดไว้ในที่สูง...

Social Multiculious Forum View Stats