October 20, 2021
11 11 11 AM
Dead by Daylight ประกาศขายโมเดล Pinhead แบบ NFT
กูเกิลเปิดตัว Google Tensor ชิปประมวลผล Machine Learning ครบจบในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว
Android 12 เปิดให้อัปเดตได้แล้ววันนี้
Google เปิดตัวฟีเจอร์ Wait Times และ Direct My Call ช่วยการโทรหาคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องง่าย
เปิดตัว Pixel Stand 2 ชาร์จ Pixel ไร้สายเร็วแรง 23W เริ่มต้นเพียง 2,650 บาท
ชมฟุตเทจวิดีโอ VR ตัวแรก จากเลนส์ Canon RF 5.2mm F2.8 L Dual Fisheye
เปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เรือธงกูเกิล ล้ำสุดด้วย Google Tensor ชิปพัฒนาเองรุ่นแรก
หลุดภาพแรก Sony a7IV ก่อนเปิดตัวจริง พร้อมจอฟลิบข้าง!
ยอดผู้เล่น Sea of Thieves ทะลุ 25 ล้านคน
ไม่ใช่ปัญหา!! Macbook Pro รุ่นใหม่ ซ่อนรอยบากอัตโนมัติ เสมือนไม่มีติ่งมารบกวนสายตา
Samyang 12mm f/2.0 เลนส์ autofocus X-mount ตัวแรกเตรียมเปิดตัว 26 ต.ค. นี้
[รีวิวเว็บตูน] “เหยื่ออย่างผมต้องรอด”การ์ตูนแอ็กชันเสียดสีชีวิตสุดเฮงซวยของหมาหัวเน่า!!
แบงก์ชาติ ตอบ 8 ข้อสงสัย ปม “เงินหายจากบัญชี” สาเหตุจากอะไร? – การเงิน
Raspberry Pi เปิดตัว Build HAT ช่วยให้ประกอบหุ่นยนต์ได้ง่ายขึ้น
พ่อมดตกงาน! ทางการนิวซีแลนด์ยุติจ่ายค่าจ้าง หลังทำงานร่ายมนต์มาตลอด 23 ปี
Sony ขายธุรกิจเกมมือถือ หันไปทุ่มสร้างเกมจากหนังและอนิเมชัน
“นิวซีแลนด์” ทุบสถิตินิวไฮ ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ – ต่างประเทศ
เผยสเปก Oppo K9s 5G มาพร้อมจอ 120 Hz และกล้อง 64 ล้านพิกเซล
มีรายงาน Ubisoft ไฟเขียว ให้พัฒนา Splinter Cell ภาคใหม่แล้ว
Google วางแผนผลิต Pixel 6 กว่า 7 ล้านเครื่อง เพิ่มจากยอดขนส่งปี 2020 เกือบเท่าตัว!
Latest Post
Dead by Daylight ประกาศขายโมเดล Pinhead แบบ NFT กูเกิลเปิดตัว Google Tensor ชิปประมวลผล Machine Learning ครบจบในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว Android 12 เปิดให้อัปเดตได้แล้ววันนี้ Google เปิดตัวฟีเจอร์ Wait Times และ Direct My Call ช่วยการโทรหาคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องง่าย เปิดตัว Pixel Stand 2 ชาร์จ Pixel ไร้สายเร็วแรง 23W เริ่มต้นเพียง 2,650 บาท ชมฟุตเทจวิดีโอ VR ตัวแรก จากเลนส์ Canon RF 5.2mm F2.8 L Dual Fisheye เปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro เรือธงกูเกิล ล้ำสุดด้วย Google Tensor ชิปพัฒนาเองรุ่นแรก หลุดภาพแรก Sony a7IV ก่อนเปิดตัวจริง พร้อมจอฟลิบข้าง! ยอดผู้เล่น Sea of Thieves ทะลุ 25 ล้านคน ไม่ใช่ปัญหา!! Macbook Pro รุ่นใหม่ ซ่อนรอยบากอัตโนมัติ เสมือนไม่มีติ่งมารบกวนสายตา Samyang 12mm f/2.0 เลนส์ autofocus X-mount ตัวแรกเตรียมเปิดตัว 26 ต.ค. นี้ [รีวิวเว็บตูน] “เหยื่ออย่างผมต้องรอด”การ์ตูนแอ็กชันเสียดสีชีวิตสุดเฮงซวยของหมาหัวเน่า!! แบงก์ชาติ ตอบ 8 ข้อสงสัย ปม “เงินหายจากบัญชี” สาเหตุจากอะไร? – การเงิน Raspberry Pi เปิดตัว Build HAT ช่วยให้ประกอบหุ่นยนต์ได้ง่ายขึ้น พ่อมดตกงาน! ทางการนิวซีแลนด์ยุติจ่ายค่าจ้าง หลังทำงานร่ายมนต์มาตลอด 23 ปี Sony ขายธุรกิจเกมมือถือ หันไปทุ่มสร้างเกมจากหนังและอนิเมชัน “นิวซีแลนด์” ทุบสถิตินิวไฮ ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ – ต่างประเทศ เผยสเปก Oppo K9s 5G มาพร้อมจอ 120 Hz และกล้อง 64 ล้านพิกเซล มีรายงาน Ubisoft ไฟเขียว ให้พัฒนา Splinter Cell ภาคใหม่แล้ว Google วางแผนผลิต Pixel 6 กว่า 7 ล้านเครื่อง เพิ่มจากยอดขนส่งปี 2020 เกือบเท่าตัว!
หอการค้าไทย-จีน กังวลโควิด การเมือง ฉุดเศรษฐกิจทั้งปีติดลบ 1% – เศรษฐกิจ

หอการค้าไทย-จีน กังวลโควิด การเมือง ฉุดเศรษฐกิจทั้งปีติดลบ 1% – เศรษฐกิจ

ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ล่าสุด ไตรมาส 4 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทย ปีนี้ 2564 ติดลบ 1% จากปัจจัยแนวโน้มเงินบาทจะยังคงอ่อนค่าลง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หนี้สะสมของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน และเสถียรภาพทางด้านการเมืองไทย ยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมจับตาวิกฤตพลังงานของจีน ส่งผลต่อการชะลอกำลังการผลิตและชะลอการนำเข้าวัตถุดิบ  ชิ้นส่วนและอุปกรณ์การผลิต

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่า หอการค้าไทย-จีน และคณะเศรษฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่น ไตรมาส 4/2564 ด้วยการสำรวจความเห็นในรูปแบบออนไลน์ ไปยัง คณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกหอการค้าไทยจีน และประธาน ผู้บริหาร กรรมการสมาพันธ์หอการค้าไทยจีน และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หอการค้าไทย-จีน จำนวนประมาณมากกว่า 200 คน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ทำธุรกิจมายาวนาน มากกว่า 20-40 ปี เป็นเจ้าของกิจการทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของจีน รวมถึงนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเล

สำหรับแบบสอบถามประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 1) ประเด็นเฉพาะกิจ หรือเหตุการณ์ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจ ไทย-จีน 3) ตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจไทย และ 4) ตัวชี้วัดปัจจัยเกื้อหนุน ระหว่างวันที่ 16 – 26 กันยายน 2564 หรือช่วงไตรมาสที่ 3 เพื่อคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4  สรุปได้ว่า

“ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความกังวลก่อนที่จะผ่านปี 2564 คือ ความกังวลต่อการกลายพันธุ์ของโรคโควิด-19 ที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์เดลต้า ปัจจัยในลำดับต่อมาคือ หนี้สะสมของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน และเสถียรภาพทางด้านการเมือง และอีกสองปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรค โควิด-19 คือ ความสำเร็จของการฉีดวัคซีนให้ได้ตามแผน และการที่ต่างชาติเฝ้าระวังไทยหากมีการระบาดของโรคเพิ่มสูงขึ้น จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นการสร้างความกังวลทุกครั้งที่มีการสำรวจ ตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 4 รวม 4 ครั้ง ในรอบ 12 เดือน ไม่ใช่เฉพาะแต่การสำรวจครั้งนี้เท่านั้น”

นายณรงค์ศักดิ์  กล่าวย้ำว่า จากการตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็มร้อยละ 70 ในกลุ่ม 608 และเข็มแรกได้ร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมด ตามข่าว ณ ช่วงเวลาสำรวจ ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 19 เห็นว่าจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจมาก และร้อยละ 54.7 เห็นว่าจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจภายในสิ้นปี 2564 อย่างไรก็ตามมีร้อยละ 23.6 คาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างน่าจะไม่ดีขึ้นซึ่งอาจจะเป็นเพราะปัจจัยอื่นๆนอกเหนือจากโรคระบาด และยังได้มีการสอบถามเพิ่มเติมว่าการแสดงเอกสารที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็มมีความจำเป็นมากหรือน้อยเพียงใดที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ประกอบการในธุรกิจที่เป็นแหล่งพบปะของคนจำนวนมาก ร้อยละ 49.1 และร้อยละ 33.5 กล่าวว่าจำเป็นและจำเป็นมากตามลำดับ ขณะที่ร้อยละ 17.5 ให้ความคิดเห็นว่าไม่จำเป็น ซึ่งสรุปได้ว่าผู้ถูกสำรวจเล็งเห็นว่าการฉีดวัคซีนให้ได้ตามแผนที่วางไว้และการมีเอกสารแสดงว่าได้รับวัคซีนแล้ว มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจที่มีคนพบปะกันจำนวนมาก อาทิ ร้านอาหาร และศูนย์การค้า

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ที่ยังมีผู้ติดเชื้อโควิดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราคงจะต้องใช้ชีวิตร่วมอยู่กับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไปอีกระยะเวลาหนึ่ง หากพิจารณาจากสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อเฉลี่ย 14 วัน ได้สอบถามผู้สำรวจถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดความสบายใจในการทำธุรกิจและการขยายการลงทุน พบว่า ร้อยละ 52.4 เห็นว่าจำนวนผู้ติดเชื้อควรจะมีน้อยกว่า 2,000 รายต่อวัน (ค่าเฉลี่ย 14 วันย้อนหลัง) และร้อยละ 15.1 เห็นว่าผู้ติดเชื้อควรจะมีอยู่ระหว่าง 2,000 ถึง 4,000 ราย

เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและไทย จากการสำรวจพบว่าร้อยละ 44.8 คาดว่าเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนโดยรวมของจีนในไตรมาสที่ 4 จะดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ในขณะที่ร้อยละ 24.1 คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะทรงๆ ส่วนร้อยละ 25 มีความเห็นว่าเศรษฐกิจจีนน่าจะเติบโตช้าลง ซึ่งผลการประเมินดังกล่าวได้สะท้อนถึงการคาดคะเนการส่งออกของไทยไปยังประเทศจีนในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสปัจจุบันกล่าวคือ ร้อยละ 40.1 คาดว่าการส่งออกของไทยไปยังจีนจะเพิ่มขึ้น และ ร้อยละ 31.1 ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน การคาดคะเนการนำเข้านั้น ร้อยละ 45.8 คาดว่าการนำเข้าจากจีนจะเพิ่มสูงขึ้น และร้อยละ 25.5 การนำเข้าจะทรงตัว ส่วนผลของการสอบถามความคิดเห็น

ด้านการลงทุนของจีนในไทย พบว่า การคาดคะเนระหว่างการลงทุนจากจีนที่ เพิ่มขึ้น คงเดิม หรือลดลงไม่มีความแตกต่างกัน ระหว่างไตรมาสนี้และไตรมาสหน้าอุปสรรคการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดจีนซึ่งได้ฟื้นตัวแล้ว พบว่าอุปสรรคหลักคือ ปัญหาจากค่าขนส่งทางเรือ ปัญหาของความเพียงพอของการให้บริการทางเรือ การขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบในประเทศไทย ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าของจีน และมาตรฐานสินค้าที่จีนบังคับใช้ แต่เป็นที่น่าสนใจว่าการชำระและการโอนเงินค่าสินค้านั้นเป็นอุปสรรคน้อยที่สุดด้วยจีนกำลังรณรงค์นโยบายเศรษฐกิจเติบโตที่รอบด้านและเสมอภาค (Common Prosperity) ซึ่งน่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยกำลังฟื้นตัวจาก โควิด-19 จากการคาดการณ์พบว่าร้อยละ 30.2 จีนจะนำเข้าสินค้ามากขึ้นและลงทุนในไทยมากขึ้น ร้อยละ 22.6 ให้ความคิดเห็นในทิศทางตรงกันข้าม ร้อยละ 12.3 คาดว่าไม่มีผลกระทบ จากผลการสำรวจที่ยังมาฟันธงได้ในกรณีนี้คงต้องติดตามผลของนโยบายอย่างใกล้ชิด และทำความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของนโยบายจีน

นอกจากนี้ ประเด็นเชิงนโยบายของจีนที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ วิกฤตพลังงานของจีน  จะส่งผลต่อการชะลอกำลังการผลิตและชะลอการนำเข้าวัตถุดิบ  ชิ้นส่วนและอุปกรณ์การผลิต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม ทั้งของจีนเอง รวมถึงในภูมิภาคและโลกโดยรวม การสำรวจการคาดการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของไทยโดยรวม ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสปัจจุบัน สรุปได้ว่าร้อยละ 41.5 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ร้อยละ 26.9 จะทรงๆ แต่ร้อยละ 28.8 ไตรมาสที่ 4 จะชะลอตัวลง ทั้งนี้ภาคธุรกิจที่ยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คือธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจโลจิสติกส์ พืชผลการเกษตร เกษตรแปรรูปและบริการสุขภาพ ส่วนธุรกิจที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง อุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และพืชผลการเกษตรบางรายการ

ส่วนการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ให้มีความยั่งยืนได้นั้น คงต้องเน้นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ จะอาศัยจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากๆ เช่น นักท่องเที่ยวจีน 9-10 ล้านคนต่อปี เหมือนกับช่วงก่อนการระบาดโควิด-19 คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจำนวนแรงงานภาคการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งซึ่งเป็นแรงงานส่วนเกินจำเป็นต้องออกจากภาคการท่องเที่ยว จะต้องได้รับการเพิ่มทักษะหรือปรับเปลี่ยนความถนัด (upskills และ reskills) เพื่อโยกย้ายไปสู่ภาคธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมอื่นๆ และแรงงานอีกส่วนหนึ่งจะโยกย้ายกลับภูมิลำเนาเพื่อเข้าสู่ภาคเกษตรกรรมและจะทำอย่างไรให้แรงงานส่วนนี้กลายเป็นเกษตรกรอัจฉริยะ (smart farmer) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศต่อไป

ท้ายสุดนี้ ในการคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตหรือ GDP ของประเทศไทยทั้งปี 2564 ร้อยละ 54.5 คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจติดลบ ส่วนร้อยละ 28.7 คาดว่าอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอยู่ในช่วงไม่เกิน 1% การคาดการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสปัจจุบันร้อยละ 44.3 คาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์น่าจะปรับตัวดีขึ้น  ส่วนร้อยละ 26.9 คาดว่าคงเดิม และร้อยละ 26.4 คาดว่าจะปรับตัวลดลง สำหรับแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ร้อยละ 36.84 คาดว่าเงินบาทจะมีค่าอ่อนลงที่ 32.90-33.65 และ ร้อยละ 7.18 คาดว่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงมาก ในอัตราที่มากกว่า 33 เมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาในไตรมาสหน้า

อ่านข่าวต้นฉบับ: หอการค้าไทย-จีน กังวลโควิด การเมือง ฉุดเศรษฐกิจทั้งปีติดลบ 1%

Link : Read More
Credit : https://www.prachachat.net
Tags : #ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจการค้า

Leave a Reply

Drived by WordPress

Links : | |

All rights reserved © Social Multiculious Forum Live News Theme by Seos Themes

Social Multiculious Forum View Stats