งานเล็กไปนะวิ! ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เตือนสติ Green Economy ในไทยช้าเกินไป

งานเล็กไปนะวิ! ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เตือนสติ Green Economy ในไทยช้าเกินไป

ปี 2565 ประเทศไทยและโลกต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจหลายด้าน เช่น ภาวะเงินเฟ้อ และสงคราม ทำให้เสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่โจมตีโลกและทวีคูณขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวดเร็วและรุนแรงกว่าที่เคยพบเจอ ทำให้เกิดกระแส Green Economy ที่ผู้นำทั่วโลกมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันกันคือต้องเปลี่ยนผ่านทั้งธุรกิจและพลังงาน ไทยต้องเปลี่ยนผ่านแบบ Least Disruptive Transition  ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวนั้นจะไม่เป็นไปแบบราบรื่นแน่นอน เพราะราคาพลังงานที่ผันผวนจากผลพวงของสงครามการค้า การลงทุนในพลังงานดั้งเดิมที่ยังคงเกิดใหม่ และการลงทุนในพลังงานทดแทนที่เกิดขึ้นไม่เพียงพอ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านต้องเกิดขึ้น ซึ่งควรเป็นไปในรูปแบบ  Least Disruptive Transition หรือ การเปลี่ยนผ่านที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้ ขึ้นชื่อว่าการเปลี่ยนผ่าน ก็จะต้องส่งผลกระทบอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุดควรเริ่มจากไม่ให้การเปลี่ยนผ่านไปรบกวน 4 มิตินี้  ได้แก่ มิติแรก คือ ความมั่งคั่ง ไม่ควรบบังคับใช้กฎหมายหรือมาตรการทางสิ่งแวดล้อมเร็วจนภาคธุรกิจปรับตัวไม่ทัน, มิติที่ 2 ความยืดหยุ่น ต้องเปลี่ยนผ่านกับผู้ประกอบการที่พร้อม มีเงินทุนสำรองเป็นกันชน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนที่ปล่อยออกไปกลายเป็น NPL , มิติที่ 3 ความยั่งยืน โดยภาคธุรกิจต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวนมาก ควรจัดเป็นงบประมาณประจำเพราะ เรื่องนี้ไม่ได้ทำตามเทรนด์ในระยะสั้น แต่จ้องทำตลอดไป และมิติที่ 4 ต้องเปลี่ยนผ่านโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (มากจนเกินไป) เพราะการเปลี่ยนผ่านมักจะมีผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง หรือ SMEs ที่ปรับตัวไม่ทันเสมอ ภาคการเงินคือส่วนสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน อีกสิ่งสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Green Economy ได้อย่างเรียบเนียนมากขึ้นก็คือภาคการเงินที่ควรออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สนับสนุน Green Economy ซึ่งควรนำเรื่องการดำเนินธุรกิจแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นมาตรฐานประเมินความเสี่ยงและโอกาสของการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นภาคการเงินจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญ ​เพราะถ้าประเมินความเสี่ยงต่ำเกิน
The post งานเล็กไปนะวิ! ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เตือนสติ Green Economy ในไทยช้าเกินไป appeared first on #beartai.

ปี 2565 ประเทศไทยและโลกต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจหลายด้าน เช่น ภาวะเงินเฟ้อ และสงคราม ทำให้เสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่โจมตีโลกและทวีคูณขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวดเร็วและรุนแรงกว่าที่เคยพบเจอ ทำให้เกิดกระแส Green Economy ที่ผู้นำทั่วโลกมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันกันคือต้องเปลี่ยนผ่านทั้งธุรกิจและพลังงาน

ไทยต้องเปลี่ยนผ่านแบบ Least Disruptive Transition 

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวนั้นจะไม่เป็นไปแบบราบรื่นแน่นอน เพราะราคาพลังงานที่ผันผวนจากผลพวงของสงครามการค้า การลงทุนในพลังงานดั้งเดิมที่ยังคงเกิดใหม่ และการลงทุนในพลังงานทดแทนที่เกิดขึ้นไม่เพียงพอ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านต้องเกิดขึ้น ซึ่งควรเป็นไปในรูปแบบ  Least Disruptive Transition หรือ การเปลี่ยนผ่านที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ขึ้นชื่อว่าการเปลี่ยนผ่าน ก็จะต้องส่งผลกระทบอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุดควรเริ่มจากไม่ให้การเปลี่ยนผ่านไปรบกวน 4 มิตินี้  ได้แก่ มิติแรก คือ ความมั่งคั่ง ไม่ควรบบังคับใช้กฎหมายหรือมาตรการทางสิ่งแวดล้อมเร็วจนภาคธุรกิจปรับตัวไม่ทัน, มิติที่ 2 ความยืดหยุ่น ต้องเปลี่ยนผ่านกับผู้ประกอบการที่พร้อม มีเงินทุนสำรองเป็นกันชน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนที่ปล่อยออกไปกลายเป็น NPL , มิติที่ 3 ความยั่งยืน โดยภาคธุรกิจต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวนมาก ควรจัดเป็นงบประมาณประจำเพราะ เรื่องนี้ไม่ได้ทำตามเทรนด์ในระยะสั้น แต่จ้องทำตลอดไป และมิติที่ 4 ต้องเปลี่ยนผ่านโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (มากจนเกินไป) เพราะการเปลี่ยนผ่านมักจะมีผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง หรือ SMEs ที่ปรับตัวไม่ทันเสมอ

ภาคการเงินคือส่วนสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน

อีกสิ่งสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Green Economy ได้อย่างเรียบเนียนมากขึ้นก็คือภาคการเงินที่ควรออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สนับสนุน Green Economy ซึ่งควรนำเรื่องการดำเนินธุรกิจแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นมาตรฐานประเมินความเสี่ยงและโอกาสของการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นภาคการเงินจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญ ​เพราะถ้าประเมินความเสี่ยงต่ำเกิน หรือ ผิดพลาดก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสเถียรภาพในภาพรวมด้วย

“Global Green Financing ในระดับโลกมีเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เท่าในช่วง ทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ไทยเรามีสินค้าที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านบ้างแล้ว แต่ถ้าเทียบกับนานาชาติ เรายังมีน้อยและทำช้า ยังไม่สามารถปรับตัวได้ดีเท่าที่ควร อย่างต่างชาติเขามีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่รักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ เป็นต้น”

ธปท. ทำคู่มือ Green Economy ให้สถาบันการเงิน

ทั้งนี้ การที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ Green Economy ไม่ออกมาสู่ตลาด หรือ ออกมาน้อย เพราะขาดการกำหนดมาตรฐานกลางต้องมีผู้ตีความคำว่า Green ให้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันถือเป็นภารกิจสำคัญของ ธปท. ที่นอกจากจะต้องคอยควบคุมให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปแบบส่งผลกระทบน้อยที่สุดแล้ว ยังตองเร่งจัดการให้สถาบันการเงินทำงานง่ายขึ้นในการออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Green Economy ด้วย

ทั้งนี้ ธปท.​ อยู่ระหว่างพัฒนาคู่มือแนวปฏิบัติของภาคสถาบันการเงิน (industry handbook) โดยภายในจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมการกำหนดมาตรฐาน Green Economy แบ่งตามประเภทธุรกิจ เช่น ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม โดยจะแบ่งออกเป็นเทียร์ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้สถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจ คาดว่าจะเริ่มจำแนกแต่ละประเภทธุรกิจได้แล้วเสร็จ (Taxonomy) ภายในปี 2566 

“ผมได้เดินทางไปประชุมที่อังกฤษ คุยกับผู้ประกอบการและ Regulators ของเขา พบว่า สิ่งที่เรากำลังทำไม่ได้แตกต่างจากที่เขาทำกันเลย โดยเฉพาะอังกฤษถือเป็นผู้นำในเรื่องนี้ แต่ข่าวร้ายคือ เราทำไม่พอ ยังน้อยเกินไป โดยเฉพาะเรื่องกรอบการดำเนินการ ต้องทำให้มากกว่านี้ เร็วและชัดเจนกว่านี้”

The post งานเล็กไปนะวิ! ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ เตือนสติ Green Economy ในไทยช้าเกินไป appeared first on #beartai.

Credit ข่าวจาก : www.beartai.com/

Leave a Reply

สัมภาษณ์ Mark Wiens กับซีรีส์อาหารใหม่จาก HBO ที่จะพาทัวร์ตั้งแต่ข้างทาง ยันร้านหรู Previous post สัมภาษณ์ Mark Wiens กับซีรีส์อาหารใหม่จาก HBO ที่จะพาทัวร์ตั้งแต่ข้างทาง ยันร้านหรู
กลุ่มทรูเตือน! ละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 เสี่ยงจอดำทั้งประเทศ Next post กลุ่มทรูเตือน! ละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 เสี่ยงจอดำทั้งประเทศ
Social Multiculious Forum View Stats