[รีวิว] End of the Road : ม้ามืดขึ้นอันดับ 1 NETFLIX

[รีวิว] End of the Road : ม้ามืดขึ้นอันดับ 1 NETFLIX

ไม่น่าเชื่อนะครับ ที่ชื่อของ ควีน ลาติฟา (Queen Latifa) แรปเปอร์สาวร่างใหญ่ที่หันมาเอาดีทางการแสดงอย่างจริงจัง จะสามารถเรียกความสนใจผู้ชมได้มาก ถึงขนาดพา End of the Road หนังโนเนมขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตภาพยนตร์ของ Netflix ได้โดยไม่ต้องโฆษณาใด ๆ เลย อาจจะด้วยความน่าสนใจของหนัง ที่เป็นหนังแนวตื่นเต้นระทึกขวัญ ซึ่งแนวนี้ผู้ชมให้ความสนใจอย่างมากอยู่แล้ว หรืออาจจะเพราะมีชื่อของ ลูดาคริส (Ludacris) แรปเปอร์หนุ่มที่เป็นที่รู้จักในบ้านเราจากบทสมทบในแฟรนไชส์ Fast and Furious ก็เป็นได้
The post [รีวิว] End of the Road : ม้ามืดขึ้นอันดับ 1 NETFLIX appeared first on #beartai.

ไม่น่าเชื่อนะครับ ที่ชื่อของ ควีน ลาติฟา (Queen Latifa) แรปเปอร์สาวร่างใหญ่ที่หันมาเอาดีทางการแสดงอย่างจริงจัง จะสามารถเรียกความสนใจผู้ชมได้มาก ถึงขนาดพา End of the Road หนังโนเนมขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ตภาพยนตร์ของ Netflix ได้โดยไม่ต้องโฆษณาใด ๆ เลย อาจจะด้วยความน่าสนใจของหนัง ที่เป็นหนังแนวตื่นเต้นระทึกขวัญ ซึ่งแนวนี้ผู้ชมให้ความสนใจอย่างมากอยู่แล้ว หรืออาจจะเพราะมีชื่อของ ลูดาคริส (Ludacris) แรปเปอร์หนุ่มที่เป็นที่รู้จักในบ้านเราจากบทสมทบในแฟรนไชส์ Fast and Furious ก็เป็นได้

End of the Road เล่าเรื่องของ เบรนดา บทของ ควีน ลาติฟา คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องเลี้ยงดู เคลลี่ ลูกสาววัยรุ่น และ แคม ลูกชายวัยกำลังซน ด้วยสาเหตุจากสามีของเธอที่เป็นพ่อของเด็ก ๆ ต้องจากไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคร้าย ทำให้เบรนดาไม่สามารถต้องจำใจย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากใหม่ในเท็กซัส ซึ่งเธอคิดว่าจะมีค่าครองชีพที่ถูกกว่า หนังเริ่มต้นเรื่องในวันที่เธอออกเดินทางไปยังเท็กซัสด้วยการขับรถขนสัมภาระไปเอง โดยมีลูก ๆ ทั้งสองและเร็จจี้ บทของ ลูดาคริส น้องชายของเบรนดา ที่ใกล้ชิดสนิทกับพี่สาวขอติดสอยไปกับครอบครัวด้วย

เรื่องมาเริ่มเข้าสู่จุดวิกฤติเมื่อทั้งครอบครัวเข้าพักที่โมเต็ล กลางดึกห้องติดกันมีเหตุยิงกัน เบรนด้าที่เป็นพยาบาลฉุกเฉินจึงรุดไปดูที่เกิดเหตุพบชายหนุ่มถูกยิงเสียชีวิต แต่เร็จจี้น้องชายเจ้ากรรมดันไปคว้าเอากระเป๋าใบใหญ่ที่บรรจุเงินจำนวนมหาศาลมาด้วย และนั่นคือเงินของเจ้าพ่อค้ายาจอมโหด ที่ออกตามล่าครอบครัวเบรนดาเพื่อต้องการเอาเงินคืน กลายเป็นเกมไล่ล่าที่ต้องแลกด้วยชีวีต

ว่าด้วยพล็อตมาแบบนี้ก็น่าสนใจนะครับ กับการวางให้ตัวเอกของเรื่องเป็นหญิงแม่บ้าน ที่ไม่ใช่พระเอกกล้ามโต ก็ทำให้สถานการณ์ดูน่าเป็นห่วง คนดูต้องคอยลุ้นเอาใจช่วยให้เธอพาครอบครัวผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ตลอดรอดฝั่ง ขณะเดียวกันหนังก็แนะนำตัว มิสเตอร์ครอส วายร้ายตัวเอ้ของเรื่องมาอย่างโหด ทั้งการฆ่าลูกน้องที่หักหลัง หรือแม้กระทั่งการที่ใครได้ยินชื่อต่างก็กลัวจนลนลาน ซึ่งมันขัดกับการเฉลยตัวตนที่แท้จริงของมิสเตอร์ครอส ซึ่งผู้เขียนมั่นใจว่าทุกคนที่ดูเรื่องนี้ต่างก็เดาออกกันตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่ามิสเตอร์ครอสเป็นใคร ซึ่งการไปเฉลยในองก์สุดท้ายก็ทำให้หลายคน ตบเข่าฉาด ‘นั่นไงล่ะ เดาไว้ไม่มีผิด’ แต่เอาเข้าจริงแล้ว การที่บทเขียนมาเดาทางง่ายแบบนี้ไม่ใช่ปัญหาของตัวหนังหรอก แต่ปัญหามันอยู่ที่เมื่อเฉลยมาแล้ว ตัวตนที่แท้จริงของมิสเตอร์ครอสนั้นดูไม่น่ากลัวอย่างที่บทพยายามปูทางมาโดยตลอด เมื่อตัวร้ายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ผลก็คือฉากไคลแมกซ์ท้ายเรื่องนั้นไม่สามารถพาอารมณ์คนดูให้ชวนลุ้นระทึกได้อย่างที่ควร

แม้ว่าหนังจะนำแสดงโดย 2 นักร้องฮิปฮอป แต่ของของ ควีน ลาติฟา กับ ลูดาคริส ในเรื่องนี้ถูกวางสถานะไว้แตกต่างกันมาก คือบทเบรนดานั้นนำโด่งเลย เป็นหัวหน้าครอบครัวตัวจริง ออกคำสั่ง ตัดสินใจ ออกหน้าเผชิญกับทุกวิกฤตการณ์ ในขณะที่บทเร็จจี้นั้นโดนพี่สาวข่มอยู่ตลอด ถ้านอกเหนือจากการเป็นต้นเหตุปัญหาที่ไปฉกเงินมาแล้ว เร็จจี้ก็แทบไม่มีบทบาทสำคัญในเรื่องเลย ไม่มีฉากเป็นของตัวเองทำหน้าที่ตัวประกอบอย่างแท้จริง

มิลลิเซนต์ เชลตัน (Millicent Shelton)

หนังเป็นผลงานกำกับของ มิลลิเซนต์ เชลตัน (Millicent Shelton) ผู้กำกับหญิงที่คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน ผ่านผลงานกำกับมาแล้วเกือบ 100 เรื่องส่วนใหญ่เป็นผลงานทีวีซีรีส์ เรียกได้ว่าเอ่ยชื่อซีรีส์เรื่องไหนมา จะต้องมีชื่อของเธอเคยกำกับอย่างน้อยก็ 1 ตอนล่ะ กับ End of the Road นี้ก็นับว่าเป็นผลงานเสมอตัวของเธอ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เสียเครดิตแต่ก็ไม่โดดเด่นเป็นบันไดก้าวสำคัญให้เธอไปจับงานที่ใหญ่ขึ้น จบเรื่องนี้เชลตันก็ยังคงกำกับซีรีส์ต่อไป

ส่วนหน้าที่เขียนบทเป็นผลงานของ คริสโตเฟอร์ เจ. มัวร์ (Christopher J. Moore) มือเขียนบทหน้าใหม่มีผลงานมาไม่กี่เรื่อง กับอีกคน เดวิด ลัฟเฮรี (David Loughery) รายนี้สิขาเก๋าในวงการผ่านงานเขียนบทมาตั้งแต่ยุค 80s นู่นเลย แต่ผลงานเขียนของทั้งคู่ในเรื่องนี้ก็ช่างออกมาราบเรียบดีจริง ไม่มีฉากใหต้องลุ้นระทึกใด ๆ แม้บรรดาตัวละครจะตกที่นั่งลำบาก แต่ก็ช่างผ่านพ้นสถานการณ์มาได้อย่างง่ายดาย แทบไม่เจ็บตัวใด ๆ เลย ฉากที่เวอร์วังสุดก็คือฉากที่เบรนด้าโดนแก๊งจิ๊กโก๋รุมนี่สิ ทำไมพยาบาลร่างใหญ่วัย 50 กว่าถึงได้ต่อสู้มือเปล่ากับนักเลงนับสิบได้แข็งแกร่งปานนั้น

โบ บริดเจส ในบท ผู้กองแฮมเมอร์

ด้วยความยาวของหนังที่ 89 นาทีรวมเครดิตท้ายเรื่องแล้ว ยังคงเป็นข้อบ่งชี้คุณภาพของหนังได้เป็นอย่างดี เพราะหนังส่วนใหญ่ที่จบในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งแบบนี้ มักเป็นข้อยืนยันว่าคนเขียนบทไม่มีเนื้อหาอะไรจะเล่าแล้ว พยายามลากยาวให้ได้ 90 นาทีตามมาตรฐานแล้วล่ะ เอาเป็นว่าอย่าให้ตำแหน่งอันดับ 1 บนชาร์ต Netflix มาล่อหลอกได้ ถ้ามีตัวเลือกอื่น ๆ ให้ดู ก็ข้ามเรื่องนี้ไปก่อนแล้วกัน พลาดไปก็ไม่มีอะไรน่าเสียดายเลย

การแสดง
6
โปรดักชัน
5
บทภาพยนตร์
3
ความบันเทิง
4
คุ้มค่ากับเวลาในการรับชม
5
จุดเด่น
พล็อตเรื่องน่าสนใจ ครอบครัวแม่ลูกหนีการตามล่าจากเจ้าพ่อค้ายาสุดโหด
เป็นการประกบคู่กันครั้งแรกของ ควีน ลาติฟา และ ลูดาคริส 2 ศิลปินแรปชื่อดัง
จบได้แฮปปี้เอนดิ้ง ดูจบนอนหลับสบายใจ
จุดสังเกต
เนื้อเรื่องตื้นมาก เดาทางได้ถูกหมด
ตัวร้ายน่าผิดหวัง ปูมาน่ากลัว แต่ตัวจริงนี่………………….
ไม่มีฉากให้ลุ้นระทึกอย่างที่คาดหวัง สถานการณ์คับขันต่าง ๆ คลี่คลายได้อย่างง่ายดาย
4.6

The post [รีวิว] End of the Road : ม้ามืดขึ้นอันดับ 1 NETFLIX appeared first on #beartai.

Credit ข่าวจาก : www.beartai.com/

Leave a Reply

Warner Bros. Discovery เลิกจ้างพนักงานกว่า 100 คน หลังควบรวมกิจการ Previous post Warner Bros. Discovery เลิกจ้างพนักงานกว่า 100 คน หลังควบรวมกิจการ
Angry parents refuse to send kids to ‘dumping ground’ school five miles away Next post Angry parents refuse to send kids to ‘dumping ground’ school five miles away
Social Multiculious Forum View Stats