10 ชื่อวงดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์

10 ชื่อวงดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์

แต่รู้หรือไม่ว่า ‘ประวัติศาสตร์’ หรือ ‘เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์’ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่วงดนตรีใช้เป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อวง มีวงดนตรีชื่อดังหลายวงที่มีชื่อที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะมีความเท่ สร้างความโดดเด่นแตกต่างแล้ว ยังมีเรื่องราวที่ให้เราได้นึกไปถึงที่มาของชื่อเหล่านี้อีกด้วย
The post 10 ชื่อวงดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ appeared first on #beartai.

วงดนตรีหน้าใหม่อาจเคยเจอเรื่องในทำนองที่ว่าตั้งวงดนตรีมานานแล้วแต่คิดชื่อไม่ออกว่าจะใช้ชื่อวงว่าอะไรดี ที่ต้องคิดหนักหน่อยเพราะชื่อวงดนตรีนั้นมีความสำคัญ นอกจากจะบอกว่าวงของเราเป็นแนวไหน มีคาแรกเตอร์เป็นอย่างไร ยังส่งผลต่อการจดจำของแฟนเพลงอีกด้วย เพราะหากตั้งชื่อได้ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

ที่มาของชื่อวงมาได้หลากหลายทางทั้งจากปรัชญาในการสร้างสรรค์ผลงานของวง (‘Bodyslam’ เป็นชื่อท่ามวยปล้ำสื่อถึงการทำอะไรอย่าง ‘ทุ่มสุดตัว’) สถานที่ที่ตัวเองรู้จัก (‘อพาร์ตเมนต์คุณป้า’ มีที่มาจาก ชื่ออพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งแถวลาดพร้าว) หรือแม้แต่คำอุทานก็กลายมาเป็นชื่อวงได้ ( ‘The Yers’ มาจากคำว่า ‘เย่อ’ ซึ่งเป็นคำอุทานของคนรู้จักของสมาชิกในวง)

แต่รู้หรือไม่ว่า ‘ประวัติศาสตร์’ หรือ ‘เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์’ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่วงดนตรีใช้เป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อวง มีวงดนตรีชื่อดังหลายวงที่มีชื่อที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะมีความเท่ สร้างความโดดเด่นแตกต่างแล้ว ยังมีเรื่องราวที่ให้เราได้นึกไปถึงที่มาของชื่อเหล่านี้อีกด้วย

‘Foo Fighters’ – UFO ในสงครามโลกครั้งที่สอง

Foo Fighters

ในตอนที่ เดฟ โกรล (Dave Grohl) อดีตมือกลอง Nirvana ได้ก่อตั้งวง Foo Fighters มันดูเหมือนกับเป็น one man band มากกว่าเพราะยังไม่มีสมาชิกถาวรคนอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาในตอนที่กำลังทำอัลบั้มเปิดตัวของวง แต่ต่อมาสมาชิกวงก็ถูกเติมเข้ามาเรื่อย ๆ ดังนั้นแนวคิดดั้งเดิมของ Foo Fighters จึงขึ้นอยู่กับโกรลทั้งหมด รวมไปถึงชื่อวงที่ได้มาจากการที่โกรลได้เข้าถึงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับเขา

คำว่า ‘foo fighters’  ถูกใช้ครั้งแรกเพื่ออธิบายถึงวัตถุบินที่ไม่ปรากฏชื่อซึ่งนักบินพันธมิตรพบในสงครามโลกครั้งที่สอง วัตถุนี้บินในเวลากลางคืนเหนือเยอรมนีในปี 1944 ฝูงบินพันธมิตรได้รายงานว่าวัตถุชนิดนั้นมีแสงจ้าและบินติดตามเครื่องบินของพวกเขาด้วยความเร็วสูง จากนั้นก็หายไปในทันใด ผู้สังเกตการณ์เรดาร์ โดนัล เจ. เมเยอร์ส (Donald J. Meiers) ขนานนามวัตถุนี้ว่า foo fighters โดยคำว่า “foo” เป็นคำที่ไร้ความหมายที่ใช้อยู่ในการ์ตูนที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น

ภาพวัตถุลึกลับ foo fighters

โกรลได้อธิบายว่าทำไมเขาจึงโดนใจเรื่องนี้

“ในช่วงเวลาที่ผมกำลังบันทึกเสียงอัลบั้มแรกของ FF ผมกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับยูเอฟโอเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแค่เป็นหัวข้อที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ยังมีขุมทรัพย์ของชื่อวงดนตรีในหนังสือยูเอฟโอเหล่านั้นด้วย!

ดังนั้น เนื่องจากผมบันทึกเสียงอัลบั้มแรกด้วยตัวเอง เล่นเครื่องดนตรีทั้งหมด แต่อยากให้คนคิดว่ามันเป็นกลุ่ม ผมเลยคิดว่า FOO FIGHTERS อาจทำให้คนเชื่อว่าวงนี้มีสมาชิกมากกว่าแค่ผู้ชายคนหนึ่ง มันฟังดูงี่เง่าใช่ไหมล่ะ ?”

มันไม่งี่เง่าเลย เพราะว่าต่อมาชื่อนี้ก็ได้กลายเป็นที่จดจำของเหล่าชาวร็อก และวงดนตรีที่มีชื่อว่าFoo Fighters ซึ่งได้ชื่อมาจากประวัติศาสตร์ก็ได้กลายไปเป็นประวัติศาสตร์ (แห่งวงการดนตรีร็อก) เสียเองแล้ว

‘Megadeth’ – การสูญเสียอันมหาศาลจากระเบิดนิวเคลียร์

Megadeth

ไม่นานหลังจากที่ถูกไล่ออกจากวง Metallica เนื่องจากปัญหานิสัยส่วนตัวที่ติดเหล้าเมายาและมีเรื่องกับเพื่อนสมาชิก เดฟ มัสเทน (Dave Mustaine) ที่มีสติอีกทีก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งรถบัสยาว ๆ เขียนเนื้อเพลงบนแผ่นพับที่เขาได้รับมาจากตอนไหนก็ไม่รู้ ด้านหลังแผ่นพับมีเนื้อความต่อต้านนิวเคลียร์ใจความว่า “คลังแสงของ megadeath ไม่สามารถกำจัดได้ไม่ว่าสนธิสัญญาสันติภาพจะออกมาเป็นอย่างไร” ซึ่งมัสเทนได้สะดุดใจกับคำว่า ‘megadeath’ เลยตัดสินใจที่จะใช้คำนี้เป็นชื่อวงดนตรีต่อไปของเขา แต่เขาต้องตัดตัว “a” ตัวที่สองออกไป เพราะเขานึกขึ้นได้ว่าวง Pink Floyd ในอดีตเคยใช้ชื่อวงว่า ‘The Megadeaths’ มาก่อน

สำหรับคำว่า megadeath เป็นคำที่ใช้พูดถึงการทำลายล้างอันส่งผลกระทบมหาศาลต่อผู้คนและคร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก เหมือนผลกระทบจากการระเบิดของปรมาณูที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นล้าน ๆ  

‘U2’ – เครื่องบินสอดแนมที่เกือบจะจุดชนวนให้เกิดสงครามเย็น

U2

U2 เป็นวงดนตรีวงหนึ่งที่สามารถกล่าวได้ว่ากลายเป็นตำนานและประวัติศาสตร์เสียเอง และชื่อวงที่แสนจะเรียบง่ายนี้ก็มีที่มาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่นำพาโลกไปสู่ขอบเหวของสงคราม

จริง ๆ แล้วชื่อวง U2 ตั้งชื่อตามเครื่องบินสอดแนม ‘U-2’ แต่ความสำคัญของมันอยู่ที่การเกี่ยวพันกับเหตุการณ์สายลับ U-2 ในปี 1960 ซึ่งสหภาพโซเวียตได้ยิงเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐอเมริกาตกเหนือน่านฟ้าของพวกเขาและจับนักบินได้ สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ทางการทูตที่ตึงเครียดและทำให้อุณหภูมิของสงครามเย็นสูงขึ้น ณ ขณะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนักบินฟรานซิส แกรี พาวเวอร์ส (Francis Gary Powers) ของสหรัฐอเมริกาถูกตัดสินจำคุกในข้อหาจารกรรม ซึ่งต่อมาในภายหลังเขาได้ถูกแลกตัวกับทหารโซเวียตที่ถูกทางฝ่ายสหรัฐ ฯ จับไว้

เครื่องบินสอดแนม U-2

เหตุการณ์นี้นับว่ามีความสำคัญและส่งผลกระทบมากในยุคสงครามเย็นเพราะมันคือจุดของความสุ่มเสี่ยงที่เกือบจะก่อให้เปลี่ยนจากสงครามเย็นกลายไปเป็นสงครามโลกอีกครั้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวงดนตรีอย่าง U2 จึงได้รับแรงบันดาลใจและตัดสินใจใช้ชื่อวงนี้ในอีกเกือบสองทศวรรษต่อมาซึ่งก็คือในปี 1976 ที่พวกเขาได้เริ่มต้นโลดแล่นบนเส้นทางสายดนตรี

‘Joy Division’ – ซ่องโสเภณีในค่ายกักกัน

Joy Division

ท่วงทำนองของ Joy Division มักจะมีน้ำเสียงที่มืดมนอยู่เสมอ ทั้งในแง่ของดนตรีและการสูญเสียอันน่าเศร้าของอดีตฟรอนต์แมน เอียน เคอร์ติส (Ian Curtis) ซึ่งทำให้หลายคนคิดว่าชื่อวงของพวกเขาตั้งมาเพื่อจะเสียดสีอารมณ์อันหม่นเศร้าของวง แต่จริง ๆ แล้วแม้กระทั่งชื่อวงที่มีคำว่า ‘Joy’ อันฟังดูแสนจะรื่นรมณ์แต่มันก็มาจากความหม่นเศร้าอันอ้างอิงถึงแง่มุมที่บิดเบี้ยวในช่วงเวลาอันมืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์

วงดนตรีวงนี้ได้ชื่อมาจากหนังสือที่เขียนโดย เยฮีล เฟย์เนอร์ (Yehiel Feiner) ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มีชื่อว่า ‘House of Dolls’ ซึ่งใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงซ่องโสเภณีที่ตั้งอยู่ในค่ายกักกันของพวกนาซีเยอรมัน ซึ่งชื่อของมันนั้นดูเสียดเย้ยอยู่ในทีเพราะในขณะที่สถานที่แห่งนี้มีไว้เพื่อสร้างความสุขให้กับพวกนาซีแต่กลับเป็นความทุกข์ระทมขมขื่นของนักโทษที่ต้องทำงานหนักและนักโทษผู้หญิงที่ถูกพรากอิสรภาพทั้งในชีวิตและเรือนร่างของพวกเธอและผลักพวกเธอให้ห่างไกลออกไปจากคำว่า ‘Joy’ อย่างที่สุด

การแสดงละครเวทีเรื่อง ‘Joy Division’

‘Rammstein’ – โศกนาฏกรรมทางอากาศที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

Rammstein

วงดนตรีเมทัลเชื้อชาติเยอรมัน ‘Rammstein’ ได้สร้างผลกระทบในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่มีการร้องเล่นเป็นภาษาต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะสงสัยว่าชื่อวงของพวกเขานั้นหมายความว่าอะไรและมีที่มาจากอะไร ซึ่งนักร้องนำของวง ทิลล์ ลินเดมัน (Till Lindemann) ได้เล่าถึงที่มาของชื่อนี้ว่า

“ชื่อนี้มาจากความหายนะครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นใน Ramstein (รัมสไตน์) ซึ่งเป็นสถานที่ในประเทศเยอรมนีดังนั้นเพลงแรกของพวกเราจึงเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น และจากนั้นเวลาที่เราได้ยินแฟนเพลงเอ่ยคำนี้ซ้ำ ๆ ว่า ‘Ramstein, Ramstein!’ มันจึงเข้ามาในหัวของเราและมันก็อยู่อย่างนั้นไปตลอด แต่เราได้เปลี่ยนการสะกดคำเล็กน้อย (ด้วยการเพิ่มตัว ‘m’ เข้าไปอีกหนึ่งตัว) เนื่องจาก Ramstein สะกดด้วย “m” เพียงหนึ่งตัว นอกจากนี้การพูดถึงมันซ้ำ ๆ ยังทำให้มันได้กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์และเพลงสดุดีสำหรับเรา”

ภัยพิบัติทางอากาศในเมืองรัมสไตน์เกิดขึ้นในปี 1988 จากการที่เครื่องบินอิตาลี 3 ลำชนกันกลางอากาศด้วยความเร็ว 370 ไมล์ต่อชั่วโมงขณะกำลังซ้อมรบ จากนั้นเครื่องบินได้พุ่งเข้าใส่ฝูงชนจำนวน 300,000 คนที่มารอชมการซ้อมรบในครั้งนี้ นักบินทั้ง 3 คนเสียชีวิตพร้อมกับผู้เข้าร่วมงาน 67 คน และอีกกว่า 1,500 คนได้รับบาดเจ็บ

ภัยพิบัติทางอากาศในเมืองรัมสไตน์

‘Franz Ferdinand’ – อาร์ชดยุคผู้ถูกลอบปลงพระชนม์จนเป็นชนวนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

Franz Ferdinand

ใครก็ตามที่ให้ความสนใจในชั้นเรียนประวัติศาสตร์ในโรงเรียนอาจพอเดา ๆ ได้ว่าชื่อวง ‘Franz Ferdinand ‘ ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากเพลงฮิตติดหูอย่าง “Take Me Out” และ “Do You Want To” คงได้ชื่อมาจาก บุคคลสำคัญผู้ถูกลอบสังหารและเป็นเหตุชนวนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งตามมา แต่อย่างไรก็ตามวงดนตรีเจ้าของชื่อนี้เองกลับไม่ได้คิดไปถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชื่อนี้มากนัก ในตอนที่พวกเขาคิดชื่อวงขึ้นมาในครั้งแรก

วง Franz Ferdinand ได้ไอเดียในการตั้งชื่อวงจากการที่เห็นม้าแข่งชื่อ ‘อาร์ชดยุคฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์’ (Archduke Franz Ferdinand) ชนะการแข่งขัน พวกเขาจึงจำชื่อนี้ได้และต่อมาหลังจากได้มีโอกาสอ่านชีวประวัติของอาร์ชดยุคแห่งออสเตรียท่านนี้ที่ถูกลอบปลงพระชนม์โดย กาฟริโล พรินซิป (Gavrilo Princip) ชาวบอสเนียเชื้อสายเซิร์บ สมาชิกกลุ่ม Mlada Bosna (หรือ Young Bosnia ขบวนการปฏิวัติของคนรุ่นใหม่ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา) จนกลายเป็นชนวนเหตุของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในที่สุดวง Franz Ferdinand ก็ได้รู้ว่าเขาเจอชื่อที่เหมาะสมกับวงของเขาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกดีเพราะที่มาของชื่อวงนั้นเกี่ยวกันพับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ทั้งมืดหม่น วุ่นวายและสับสน แต่ท่วงทำนองของวงดนตรีวงนี้กลับเต็มไปด้วยอารมณ์อันสนุกสนาน

ภาพวาดเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุคฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์แห่งออสเตรียและพระชายา

‘Children Of Bodom’ – คดีความชวนสยองของฟินแลนด์

Children of Bodom

วงดนตรีเมทัล ‘Children of Bodom’ อาจเป็นวงดนตรีชื่อแปลก ๆ สำหรับผู้ที่ไม่ได้เกิดและเติบโตในฟินแลนด์ เพราะชื่อวงของพวกเขานั้นไม่ได้สัมพันธ์กับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โลก แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศฟินแลนด์  ซึ่งเหตุการณ์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชื่อวงนั้นสยดสยองมากกว่าการแต่งเพลงที่มืดมนที่สุด

คำว่า ‘Children’ ในชื่อวงหมายถึงเด็ก ๆ วัยรุ่นที่เป็นเหยื่อในคดีฆาตกรรมที่ทะเลสาบโบดอม (Bodom) ในปี 1960 ซึ่งวัยรุ่น 4 คนได้ถูกทำร้ายในขณะกำลังนอนหลับอยู่ในเต็นท์ริมทะเลสาบ เด็กวัยรุ่น 3 คนเสียชีวิต และอีกหนึ่งคนคือ นิลส์ กุสตาฟส์สัน (Nils Gustafsson) รอดชีวิตมาได้ ต่อมากุสตาฟส์สันได้ตกเป็นผู้ต้องหาและถูกฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ได้พ้นมลทินใน 44 ปีต่อมา ณ ปัจจุบันคดีนี้ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

คดีฆาตกรรมที่ทะเลสาบโบดอม

‘Kasabian’ – สมาชิกคนหนึ่งของลัทธิคลั่งครอบครัวแมนสัน

Kasabian

Kasabian เป็นวงดนตรีจากอังกฤษที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลกจากบทเพลงฮิตอย่าง “Fire” และ “Club Foot” แต่ชื่อวงของพวกเขากลับมีที่มาที่ค่อนข้างมืดหม่น  

แรงบันดาลใจของชื่อนี้มีที่มาจากลินดา คาซาเบียน (Linda Kasabian) หนึ่งในสมาชิกคนแรก ๆ ของลัทธิคลั่ง ‘ครอบครัวแมนสัน (Manson Family)’ ที่นำโดย ชาร์ล แมนสัน (Charles Manson) อาชญากรโหดผู้วางแผนฆาตกรรมเหยื่อ 7 คนในคดีฆาตกรรมเทตและลาเบียงกา (Tate and LaBianca murders) ซึ่งมีชารอน เทต ภรรยาของผู้กำกับโรมัน โปลันสกีที่กำลังตั้งท้องได้ 8 เดือนอยู่ด้วย ซึ่งลินดา คาซาเบียนคือหนึ่งในตัวสำคัญที่ก่อเหตุโหดเหี้ยมครั้งนี้  คำว่า ‘Kasabian’ เป็นนามสกุลที่มีรากมาจากภาษาอาร์เมเนีย ซึ่ง เซอร์จิโอ พิซซอร์โน (Sergio Pizzorno) มือกีตาร์ของวงที่ชอบชื่อนี้และตัดสินใจใช้เป็นชื่อวง ได้บอกว่ามันแปลว่า ‘คนขายเนื้อ’ ซึ่งยิ่งทำให้ชื่อนี้ดูมีความสยองเข้าไปอีก

ลินดา คาซาเบียน (Linda Kasabian)

‘The Decemberists’ – การจลาจลในรัสเซียที่ไม่ประสบความสำเร็จ

The Decemberists

The Decemberists เป็นวงอินดี้ร็อกที่เป็นที่รู้จักจากบทเพลงที่โดดเด่นในการเล่าเรื่องอย่าง “The Mariner’s Revenge Song” ซึ่งวงได้ชื่อวงมาจากเหตุการณ์ในหน้าประวัติศาสตร์ของรัสเซีย

The Decemberists เป็นกลุ่มนักปฏิวัติที่ก่อการจลาจลต่อต้านพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 (Tsar Nicholas I) ของรัสเซียในปี 1825 ซึ่งถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด แต่กลุ่ม The Decemberists ก็ได้รับการกล่าวขานถึงในฐานะผู้พลีชีพเพื่อการปฏิวัติซึ่งส่งแรงบันดาลใจไปสู่การต่อสู้ในอนาคต ตามคำกล่าวของคอลิน เมลอย (Colin Meloy) ฟรอนต์แมนของวง ได้กล่าวว่าพวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับกลุ่ม The Decemberists เพราะพวกเขานั้นเป็น “คนชายขอบ ผู้อยู่อาศัยในชานเมือง และทุกคนอาศัยอยู่ในเดือนอันเหน็บหนาวที่สุด”

ภาพวาดกลุ่มปฏิวัติ The Decemberists

‘Bauhaus’ – ขบวนการศิลปะในเยอรมัน

Bauhaus

Bauhaus วงดนตรีจากอังกฤษที่ก่อตั้งในปี 1978 ถือเป็นรากฐานของแนวดนตรีโกธิคร็อก ซึ่งเหมาะสมแล้วที่พวกเขาจะอยู่ในแนวหน้าของกระแสวัฒนธรรมนี้ เนื่องจากชื่อวงของพวกเขาเองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวทางศิลปะที่สำคัญตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20

โรงเรียนศิลปะ Bauhaus ที่ตัวอาคารสะท้อนเอกลักษณ์อันเรียบง่ายแต่เฉียบคมของศิลปะตระกูลนี้

‘Bauhaus’ (เบาเฮาส์) คือโรงเรียนศิลปะที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศเยอรมนีในปี 1919 แต่เดิมวงจึงใช้ชื่อว่า ‘Bauhaus 1919’ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเหลือแค่ ‘Bauhaus’ และกลายเป็นที่นิยมอย่างมากทั่วยุโรปเป็นเวลากว่าทศวรรษ เราสามารถพบอิทธิพลของศิลปะแบบ Bauhaus ได้ในสถาปัตยกรรมของเยอรมัน ส่วนวงดนตรี Bauhaus นั้นก็สร้างสรรค์ผลงานมาเรื่อยตั้งแต่ทศวรรษที่ 70s จนถึงปี 2020 และยังไม่ได้มีผลงานใหม่ออกมาหลังจากนั้น

ที่มา

Ranker

The post 10 ชื่อวงดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ appeared first on #beartai.

Credit ข่าวจาก : www.beartai.com/

Leave a Reply

Uncharted: Legacy of Thieves Collection ได้ประกาศวันวางจำหน่าย Steam กับ Epic Games Store แล้ว Previous post Uncharted: Legacy of Thieves Collection ได้ประกาศวันวางจำหน่าย Steam กับ Epic Games Store แล้ว
Granddad left waiting years for ‘suitable’ house after crippling stroke Next post Granddad left waiting years for ‘suitable’ house after crippling stroke
Social Multiculious Forum View Stats