รีวิวคอนเสิร์ต Sigur Rós Live in Bangkok: สลัดความป๊อปทิ้ง แล้วจะค้นพบปรัชญาแห่งดอกกุหลาบ

รีวิวคอนเสิร์ต Sigur Rós Live in Bangkok: สลัดความป๊อปทิ้ง แล้วจะค้นพบปรัชญาแห่งดอกกุหลาบ

จบไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ Sigur Rós (ซิเกอร์ โรส) วงดนตรีแนวโพสต์ร็อก แอมเบียนต์ จากประเทศไอซ์แลนด์ โดยโชว์ในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ มูนสตาร์ สตูดิโอ  Sigur Rós ขนเพลงมาเล่นให้แฟน ๆ ชาวไทยฟังกันมากกว่า 21 เพลง ตัวโชว์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วง 11 เพลงแรก จะเน้นไปที่เพลงจากอัลบั้มใหม่ ๆ ซึ่งภาพรวมกว่า 70 นาทีแรก ถูกเล่าผ่านดนตรีแบบแอมเบียนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา อีกทั้งยังถูกเติมเต็มด้วยวิชวลบนเวทีที่สอดรับกับดนตรีลอย ๆ ได้เป็นอย่างดี  หลังจากนั้นโชว์ถูกคั่นด้วยอินเตอร์มิชชันประมาณ 20 นาที ก่อนที่วงจะกลับขึ้นมาเล่นต่ออีกประมาณ 70 นาที ส่วนตัวผมชอบช่วงหลังพักเบรกมากกว่า อาจจะเพราะเพลงที่เลือกมาในช่วงหลังมีความเป็นโพสต์ร็อกมากขึ้น จับต้องได้ง่ายกว่า ด้านดนตรีแทบไม่มีข้อติ สิ่งที่ผมสัมผัสได้ถึงความพิเศษของโชว์นี้ ก็คือเสียงเปียโนเพราะ ๆ ของ จาร์ตัน สวินซอน (Kjartan Sveinsson) มือคีย์บอร์ด ที่ถ่ายทอดผ่านเปียโน Yamaha CP-70 สุดคลาสิก เรื่องของไดนามิกเวลาเล่นถือว่าสุดยอดมาก สังเกตได้จากช่วงที่เครื่องอื่นเบาลง สวินซอนทำให้เรายังได้ยินแม้กระทั่งเสียงกดของคีย์เลยทีเดียว อีกหนึ่งไฮไลต์ของโชว์ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือเสียงการโบว์กีตาร์ของ ‘ยอนซี’ หรือ ยอน ธอร์ บิร์กิสซอน (Jón Þór ‘Jónsi’ Birgisson) นักร้องนำและมือกีตาร์ของวง ที่ถ่ายทอดเสียงเหล่านั้นออกมาได้ทรงพลังมาก ๆ ทำให้เราลืมภาพจำของคอนเสิร์ตร็อกมัน ๆ ที่ต้องสตรัมคอร์ด (Strum) ตลอดเวลาไปเลย คงเป็นเรื่องยากที่จะหาความบันเทิงได้จากการฟังเพลงภาษาไอซ์แลนด์ ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้ไม่รู้ความหมายที่แท้จริง
The post รีวิวคอนเสิร์ต Sigur Rós Live in Bangkok: สลัดความป๊อปทิ้ง แล้วจะค้นพบปรัชญาแห่งดอกกุหลาบ appeared first on #beartai.

จบไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ Sigur Rós (ซิเกอร์ โรส) วงดนตรีแนวโพสต์ร็อก แอมเบียนต์ จากประเทศไอซ์แลนด์ โดยโชว์ในครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ มูนสตาร์ สตูดิโอ 

Sigur Rós ขนเพลงมาเล่นให้แฟน ๆ ชาวไทยฟังกันมากกว่า 21 เพลง ตัวโชว์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วง 11 เพลงแรก จะเน้นไปที่เพลงจากอัลบั้มใหม่ ๆ ซึ่งภาพรวมกว่า 70 นาทีแรก ถูกเล่าผ่านดนตรีแบบแอมเบียนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา อีกทั้งยังถูกเติมเต็มด้วยวิชวลบนเวทีที่สอดรับกับดนตรีลอย ๆ ได้เป็นอย่างดี 

หลังจากนั้นโชว์ถูกคั่นด้วยอินเตอร์มิชชันประมาณ 20 นาที ก่อนที่วงจะกลับขึ้นมาเล่นต่ออีกประมาณ 70 นาที ส่วนตัวผมชอบช่วงหลังพักเบรกมากกว่า อาจจะเพราะเพลงที่เลือกมาในช่วงหลังมีความเป็นโพสต์ร็อกมากขึ้น จับต้องได้ง่ายกว่า

ด้านดนตรีแทบไม่มีข้อติ สิ่งที่ผมสัมผัสได้ถึงความพิเศษของโชว์นี้ ก็คือเสียงเปียโนเพราะ ๆ ของ จาร์ตัน สวินซอน (Kjartan Sveinsson) มือคีย์บอร์ด ที่ถ่ายทอดผ่านเปียโน Yamaha CP-70 สุดคลาสิก เรื่องของไดนามิกเวลาเล่นถือว่าสุดยอดมาก สังเกตได้จากช่วงที่เครื่องอื่นเบาลง สวินซอนทำให้เรายังได้ยินแม้กระทั่งเสียงกดของคีย์เลยทีเดียว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโชว์ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือเสียงการโบว์กีตาร์ของ ‘ยอนซี’ หรือ ยอน ธอร์ บิร์กิสซอน (Jón Þór ‘Jónsi’ Birgisson) นักร้องนำและมือกีตาร์ของวง ที่ถ่ายทอดเสียงเหล่านั้นออกมาได้ทรงพลังมาก ๆ ทำให้เราลืมภาพจำของคอนเสิร์ตร็อกมัน ๆ ที่ต้องสตรัมคอร์ด (Strum) ตลอดเวลาไปเลย

คงเป็นเรื่องยากที่จะหาความบันเทิงได้จากการฟังเพลงภาษาไอซ์แลนด์ ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้ไม่รู้ความหมายที่แท้จริง ของประโยคเหล่านั้น แต่เชื่อว่าคนทั้งฮอลล์ต่างก็สัมผัสถึงความหมายของบทเพลงเหล่านี้ได้อ้อม ๆ ผ่านสุ้มเสียงที่ถูกทั้งสี่ผสมโรงเข้าด้วยกันบนเวที สิ่งนี้น่าเหลือเชื่อมาก ๆ เพราะการที่นักดนตรีสี่คน เครื่องดนตรีสี่ชิ้น กับภาษาไอซ์แลนด์ที่คนส่วนมากแทบไม่รู้ความหมาย สามารถทำให้ผู้ชมนับพันอินไปกับเพลงได้มากขนาดนี้ นับเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในคอนเสิร์ตบ้านเรา

Sigur Rós มีการใช้หลอดไฟหลาย ๆ ดวงบนเวที สะท้อนให้เห็นถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมสแกนดิเนเวีย ที่มักจะชอบจุดไฟ หรือจุดเทียนในวันที่ฟ้ามืดมิด ซึ่งแสงสว่างจากหลอดไฟ หรือปลายเทียนนี้ เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของความสุขที่เรียบง่ายของชาวนอร์ดิก

งานนี้ใครที่คาดหวังความสนุกแบบขนบเดิม ๆ อาจจะไม่ใช่ทางเท่าไหร่ เพราะโชว์ในครั้งนี้เป็นการแสดงที่เอนเตอร์เทนผ่านเสียงอย่างแท้จริง ราวกับว่า Sigur Rós ได้พาทุกคนไปปลดเปลื้องความเป็นป๊อปออกไปจนหมดสิ้น แล้วได้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง 20 นาที สร้างค่านิยมของการฟังเพลงรูปแบบใหม่ขึ้นมา

โชว์ในครั้งนี้ Sigur Rós ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ดนตรีที่สนุก สวยงาม และ ไพเราะ อาจไม่จำเป็นต้องมีกลิ่นอาย รสชาติของความเป็นป๊อป หรือสุ้มเสียงที่ใช่ตลอดเวลาเสมอไป บางครั้งเสียง noise หรือเสียงรบกวน ที่คนคิดว่าน่ารำคาญ เสียงแบบนี้ก็มีเสน่ห์ และสามารถถูกสร้างออกมาเป็นเสียงที่สวยงามเหมือนดังดอกกุหลาบที่ผลิบานได้ 

ขอขอบคุณภาพจากทางผู้จัด Viji Corp

The post รีวิวคอนเสิร์ต Sigur Rós Live in Bangkok: สลัดความป๊อปทิ้ง แล้วจะค้นพบปรัชญาแห่งดอกกุหลาบ appeared first on #beartai.

Credit ข่าวจาก : www.beartai.com/

Leave a Reply

Arsenal failed in late deadline day bid for Douglas Luiz alternative Previous post Arsenal failed in late deadline day bid for Douglas Luiz alternative
เปิดสเปก 6 ข้อ ที่สาว ๆ ของ Leonardo DiCaprio ต้องมี Next post เปิดสเปก 6 ข้อ ที่สาว ๆ ของ Leonardo DiCaprio ต้องมี
Social Multiculious Forum View Stats