รู้จัก Comic-Con จากงานสัมมนาคนรักคอมิก สู่มหกรรมป็อปคัลเจอร์ที่ทั่วทั้งโลกต่างจับตามอง

รู้จัก Comic-Con จากงานสัมมนาคนรักคอมิก สู่มหกรรมป็อปคัลเจอร์ที่ทั่วทั้งโลกต่างจับตามอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อเลยว่าหน้าฟีดของทุกคนคงอุดมไปด้วยตัวอย่างของเหล่าค่ายหนัง จากในงาน ซานดิเอโก คอมิก-คอน (San Diego Comic-Con) เป็นแน่แท้ ซึ่งเนื้อหาที่ปล่อยออกมาในงาน มันก็เยอะชนิดที่ว่า ต่อให้คุณไม่ได้เป็นแฟนหนังหรือไม่ได้ติดตามงานนี้สักเท่าไหร่ คุณก็ต้องเห็นการประกาศโปรเจกต์ระดับยักษ์ใหญ่ของค่ายหนังผ่านตามาอย่างแน่นอน
The post รู้จัก Comic-Con จากงานสัมมนาคนรักคอมิก สู่มหกรรมป็อปคัลเจอร์ที่ทั่วทั้งโลกต่างจับตามอง appeared first on #beartai.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เชื่อเลยว่าหน้าฟีดของทุกคนคงอุดมไปด้วยตัวอย่างของเหล่าค่ายหนัง จากในงาน ซานดิเอโก คอมิก-คอน (San Diego Comic-Con) เป็นแน่แท้ ซึ่งเนื้อหาที่ปล่อยออกมาในงาน มันก็เยอะชนิดที่ว่า ต่อให้คุณไม่ได้เป็นแฟนหนังหรือไม่ได้ติดตามงานนี้สักเท่าไหร่ คุณก็ต้องเห็นการประกาศโปรเจกต์ระดับยักษ์ใหญ่ของค่ายหนังผ่านตามาอย่างแน่นอน

ว่าแต่เจ้างาน San Diego Comic-Con นี่คืออะไรกันนะ ทำไมมันถึงเป็นมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ที่ค่ายหนังถึงชอบมาปล่อยของกัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปแบไต๋ถึงเจ้างานนี้กันครับ

San Diego Comic-Con หรือที่แฟนคลับเรียกกันอย่างง่าย ๆ ว่า SDCC นั้น เป็นงานมหกรรมป็อปคัลเจอร์ที่จัดขึ้นในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแรกเริ่มเป็นเพียงงานสัมมนาของเหล่าคนรักคอมิกและนิยายวิทยาศาสตร์ ต่อมาก็ค่อย ๆ ขยายเนื้อหาออกไปเรื่อย ๆ ให้รวมทั้งภาพยนตร์-ซีรีส์แฟนตาซี และยังผนวกรวมกับกลุ่มหนังสยองขวัญ, แอนิเมชันตะวันตก, อนิเมะ, มังงะ, ของสะสม, การ์ดเกม, บอร์ดเกม, วิดีโอเกม จนกลายเป็นรวมทุกป็อปคัลเจอร์เท่าที่คุณจะนึกได้ไว้ในงานเดียว 

ไอเดียจากงานหนังสือของเหล่าวัยรุ่นดีทรอยต์

งาน Detroit Triple Fan Fair

ย้อนกลับไปในปี 1964 เหล่าวัยรุ่นแห่งเมืองดีทรอยต์ ได้รวมกันจัดงานมหกรรมของชาวเนิร์ด ที่ชื่อว่า ‘Detroit Triple Fan Fair’ ขึ้นมา โดยคำว่า Triple มาจากสื่อบันเทิงทั้ง 3 อย่าง นั่นคือนิยายแฟนตาซี ภาพยนตร์แฟนตาซี และคอมิกนั่นเอง ซึ่งเจ้างาน Detroit Triple Fan Fair เนี่ยก็ได้ชื่อว่าเป็นงานสัมมนาขนาดใหญ่ ที่ใช้หนังสือเป็นตัวชูโรงด้วยนะ นั่นจึงเป็นงานแรก ๆ ที่ดึงดูดเหล่าเนิร์ดคคอมิกจากทั่วทุกสารทิศให้มารวมกันที่นี่เลยล่ะ

เชล ดอร์ฟ (Shel Dorf) นักวาดการ์ตูนอิสระก็ได้เข้าร่วมในงานนี้ด้วย และเขาก็หลงใหลมนต์เสน่ห์ในบรรยากาศของงานแห่งนี้เอามาก ๆ ในปีต่อมาดอร์ฟจึงขอเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ Detroit Triple Fan Fair กระทั่งได้รับตำแหน่งให้เป็นผู้จัดงานในปี 1967 และ 1968 ในที่สุด

เชล ดอร์ฟ

ต่อมาในปี 1970 ดอร์ฟต้องย้ายกลับไปที่ซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราของเขา ซึ่งดอร์ฟก็หอบไอเดียการจัดงานมหกรรมคนรักคอมิกตามมาด้วย ในปีเดียวกันนั้นเขาไม่รอช้ารวมกลุ่มกับเพื่อนอย่าง ริชาร์ด อัลฟ์ (Richard Alf), เคน ครูเกอร์ (Ken Krueger), รอน กราฟ (Ron Graf) และไมค์ โทว์รี (Mike Towry) ในการจัดงานสัมมนาคอมิก ภายใต้ชื่อ Golden State Comic-Minicon ขึ้นมา ซึ่งงานนี้เป็นเสมือนการซักซ้อมสำหรับการระดมทุนในโปรเจกต์ที่ใหญ่กว่านั่นเองล่ะ

ผลตอบรับของ Golden State Comic-Minicon เป็นไปในทางที่ดี หลังจากนั้น 5 เดือน ดอร์ฟกับเพื่อน ๆ จึงจัดงานที่มีสเกลใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และให้ชื่อมันว่า Golden State Comic-con ซึ่งคราวนี้ได้มีการเชิญนักเขียนผู้สร้างตัวละคร Marvel อย่าง แจ็ค เคอร์บี้ (Jack Kirby) เข้ามาร่วมเสวนาในงานครั้งนี้ โดยงานจัดทั้งสิ้น 3 วัน และดึงดูดผู้เข้าชมได้กว่า 300 คนในช่วงเวลานั้น

หลังจากนั้น Golden State Comic-con ก็มียอดผู้เข้าร่วมงานที่น่าพึงพอใจ จนได้จัดงานเรื่อยมาในทุกปี และในปี 1973 งานก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น San Diego Comic-Con อย่างเป็นทางการ ซึ่งชื่อที่เรียกแขกนี้ก็ทำให้ปีต่อมา ผู้คนมากมายเริ่มแต่งตัวแฟนตาซีเข้ามาเที่ยวชมงานกัน จนคอสเพลย์ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมของ Comic-con ไปโดยปริยาย

ปี 1976 ในส่วนการจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับไซไฟ ได้มีการฉายเนื้อหาเรียกน้ำย่อยจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง และมันก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก ซึ่งหนังเรื่องนั้นเข้าฉายจริงในอีก 1 ปีต่อมา และกลายเป็นตำนานที่ชื่อว่า ‘Star Wars’ หลังจากนั้นจึงเริ่มมีวัฒนธรรมที่ผู้สร้างภาพยนตร์ มักจะฉายตัวอย่างเรียกน้ำย่อยในงานให้เหล่าคนดูในงาน เพื่อโปรโมทหนังมาจนกระทั่งทุกวันนี้ 

San Diego Comic-Con มีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทะลุไปกว่า 5,000 คนในปี 1979 ทางผู้จัดจึงเปลี่ยนสถานที่จัดงานมาเป็น San Diego Convention Center เพื่อรองรับกับจำนวนคนที่จะมาร่วมงาน  ซึ่งมีแต่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ และ San Diego Convention Center ก็กลายเป็นบ้านของงาน Comic-Con นับแต่นั้น

จากเนิร์ดคัลเจอร์ แปรเปลี่ยนเป็นป็อปคัลเจอร์

หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา San Diego Comic-Con ก็มีผู้เข้าชมเพิ่มมากกว่าหลักหมื่นคนต่อครั้ง จนมากเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2015 ที่มีผู้เข้าร่วมงานถึง 167,000 คน แม้ว่าปีอื่น ๆ จะไม่มากเท่าปีนั้น แต่ก็มีจำนวนผู้เข้าร่วมต่อครั้งมากกว่า 130,000 คนอยู่ดี โดยมีเพียงปี 2021 ที่จำนวนผู้เข้าชมเหลือเพียง 40,000 คน เพราะด้วยสถานการณ์โควิดจึงต้องมีการเว้นระยะห่างและจำกัดผู้เข้าชม ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ San Diego Comic-Con มีเพียงปี 2020 เท่านั้นที่ไม่ได้จัดงาน เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด ณ ขณะนั้น

Comic-Con เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของฮอลลีวูด เพราะที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งงาน ที่เหล่าสตูดิโอต่าง ๆ จะได้พบเจอกับแฟนคลับของพวกเขาโดยตรง ซึ่งที่นั่งภายในงานก็ไม่ได้จับจองกันง่าย ๆ นะ แต่เหล่าแฟนคลับก็ยังอุตส่าห์มาต่อแถวรอข้ามวันข้ามคืนกันเพื่อพบปะกับผู้สร้างหนังกันอย่างล้นหลาม โดยพวกเขาต่างรอคอยเพื่อเป็นคนกลุ่มแรกในโลก ที่จะได้เห็นเหล่าสตูดิโอมาปล่อยของกันสด ๆ ทั้งตัวอย่างหนังใหม่ และพบปะกับเหล่านักแสดงอย่างใกล้ชิดไปพร้อมกัน

ในปัจจุบันการจัดงาน San Diego Comic-Con แต่ละครั้ง สร้างเม็ดเงินให้กว่า 180 ล้านเหรียญเข้ามาสู่ซานดิเอโก และถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องมาให้ได้ Comic-Con ได้แปรเปลี่ยนตัวเองจากงานสัมมนาเล็ก ๆ ที่จัดให้แฟนคลับเข้าไปพูดคุยเพื่อพบปะเหล่านักเขียน ขยับขยายเป็นงานรวมป็อปคัลเจอร์ที่แฟน ๆ ต่างหลั่งไหลเข้ามาเพื่อพบเจอกับเหล่าผู้สร้างโดยตรง และมันก็กลายเป็นงานมหกรรมที่คนทั่วทั้งโลกต่างจับตามองในที่สุด

ที่มา: stanleeslacomiccon, news.usc.edu, comic-con, waywardnerd, vocal.media, wikipedia, theperspective

The post รู้จัก Comic-Con จากงานสัมมนาคนรักคอมิก สู่มหกรรมป็อปคัลเจอร์ที่ทั่วทั้งโลกต่างจับตามอง appeared first on #beartai.

Credit ข่าวจาก : www.beartai.com/

Leave a Reply

Liverpool assistant manager reveals seven words Jurgen Klopp shouts every day in training Previous post Liverpool assistant manager reveals seven words Jurgen Klopp shouts every day in training
ธ.ก.ส. เตรียมวงเงิน 5,000 ล้านบาท หนุนสินเชื่อผลิตกัญชาทางการแพทย์ Next post ธ.ก.ส. เตรียมวงเงิน 5,000 ล้านบาท หนุนสินเชื่อผลิตกัญชาทางการแพทย์
Social Multiculious Forum View Stats