[รีวิว]ดาบมังกรหยก 1-2: ปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิม

[รีวิว]ดาบมังกรหยก 1-2: ปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิม

มังกรหยก จัดว่าเป็นนิยายจีนกำลังภายในแถวหน้าที่ชาวยุทธต่างครอบครองมาเป็นเจ้าของจนตาเปียก เพราะความรักที่มีต่อโลกบู๊ลิ้มนั้นช่างเร้าใจ ก็กิมย้งแกช่างเล่าได้สนุกสนานแถมยังกระชับได้ใจความ ยิ่งอ่านยิ่งมันจนวางไม่ลงกันเลยเชียว จักรวาลมังกรหยกที่กิมย้งแกได้สร้างไว้ก็มีถึง 3 ภาคกันเลยค่ะ เรียกว่าดูดเงินในกระเป๋าไปอย่างสนุกสนานตั้งแต่มังกรหยกภาค 1 เล่าเรื่องก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง ต่อด้วยภาค 2  เอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง ที่เป็นรุ่นลูกและภาค 3 ‘ดาบมังกรหยก’ ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายเล่าถึง เตียบ่อกี้ กับกระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกรและบรรดาสาว ๆ ของเขา แถมด้วยแปดเทพอสูรมังกรฟ้า ที่เป็นเรื่องราวก่อนยุคก๊วยเจ๋งไปอีกเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่านิยายมัน ๆ ขนาดนี้เมื่อถูกนำมาทำซีรีส์หรือภาพยนตร์มันก็มักจะถูกนำมาทำซ้ำหลาย ๆ รอบซะด้วยสิ ดาบมังกรหยกเวอร์ชันนี้เสนอตอน ‘ประมุขพรรคมาร’ เล่าเรื่องราวห่างจากมังกรหยกทั้งสองภาคราว ๆ 70 ปีเห็นจะได้ (หรืออาจจะมากกว่านั้น) เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเคยดูมังกรหยกสองภาคแรกมาก่อนเลยจ้ะ ดูภาคนี้เลยก็ได้เพราะเป็นเอกเทศอยู่พอสมควร จุดเชื่อมโยงมีอยู่แค่เหล่าจอมยุทธในตำนาน เคล็ดวิชาและสำนักต่าง ๆ ที่กล่าวถึงแค่นั้นเอง สำหรับ ‘ดาบมังกรหยก 1 : New Kung Fu Cult Master 1’ เป็นภาพยนตร์ที่ถูกปัดฝุ่นใหม่โดยฝีมือของ หวังจิง ผู้กำกับคนเดิมกับที่ทำดาบมังกรหยกเมื่อปี 1993 แล้วค้างภาคสองที่ปูว่าจะทำเอาไว้นานจนคนดูตายตกไปตามกันเยอะแยะแล้ว นำแสดงโดยหลี่เหลียนเจี๋ยและเป็นผู้อำนวยการสร้างอีกด้วย กำกับคิวบู๊โดยหงจินเป่า  ใช่จ้ะ ภาคนี้ภาคเดียวกันนี่แหละมันเคยออกสู่สายตาชาวโลกมาแล้วนานมาก การกลับมาคราวนี้หวังจิงร่วมมือกับ วีนัส เคียง รีเมกดาบมังกรหยก 1 เมื่อครั้งกระนู้น โครงเรื่องคล้ายเดิมแต่มีการปรับปรุงใหม่ให้ดีกว่าเดิม อย่างน้อยภาคนี้ก็เอาเตียบ่อกี้คนดีคนเดิมของเรากลับมา ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น ดุดัน ผยองเดชแบบเมื่อคราวที่หลี่เหลียนเจี๋ยแสดงนำ แหม นอกจากกิมย้งแกจะชอบปรับปรุงนิยายตัวเองอยู่บ่อย ๆ แล้ว คนเอามาทำหนังก็ยังสืบทอด DNA ของกิมย้งมาอีก
The post [รีวิว]ดาบมังกรหยก 1-2: ปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิม appeared first on #beartai.

มังกรหยก จัดว่าเป็นนิยายจีนกำลังภายในแถวหน้าที่ชาวยุทธต่างครอบครองมาเป็นเจ้าของจนตาเปียก เพราะความรักที่มีต่อโลกบู๊ลิ้มนั้นช่างเร้าใจ ก็กิมย้งแกช่างเล่าได้สนุกสนานแถมยังกระชับได้ใจความ ยิ่งอ่านยิ่งมันจนวางไม่ลงกันเลยเชียว

จักรวาลมังกรหยกที่กิมย้งแกได้สร้างไว้ก็มีถึง 3 ภาคกันเลยค่ะ เรียกว่าดูดเงินในกระเป๋าไปอย่างสนุกสนานตั้งแต่มังกรหยกภาค 1 เล่าเรื่องก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง ต่อด้วยภาค 2  เอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง ที่เป็นรุ่นลูกและภาค 3 ‘ดาบมังกรหยก’ ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายเล่าถึง เตียบ่อกี้ กับกระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกรและบรรดาสาว ๆ ของเขา แถมด้วยแปดเทพอสูรมังกรฟ้า ที่เป็นเรื่องราวก่อนยุคก๊วยเจ๋งไปอีกเรื่องหนึ่ง แน่นอนว่านิยายมัน ๆ ขนาดนี้เมื่อถูกนำมาทำซีรีส์หรือภาพยนตร์มันก็มักจะถูกนำมาทำซ้ำหลาย ๆ รอบซะด้วยสิ

เตียบ่อกี้/หลินฟง

ดาบมังกรหยกเวอร์ชันนี้เสนอตอน ‘ประมุขพรรคมาร’ เล่าเรื่องราวห่างจากมังกรหยกทั้งสองภาคราว ๆ 70 ปีเห็นจะได้ (หรืออาจจะมากกว่านั้น) เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเคยดูมังกรหยกสองภาคแรกมาก่อนเลยจ้ะ ดูภาคนี้เลยก็ได้เพราะเป็นเอกเทศอยู่พอสมควร จุดเชื่อมโยงมีอยู่แค่เหล่าจอมยุทธในตำนาน เคล็ดวิชาและสำนักต่าง ๆ ที่กล่าวถึงแค่นั้นเอง สำหรับ ‘ดาบมังกรหยก 1 : New Kung Fu Cult Master 1’ เป็นภาพยนตร์ที่ถูกปัดฝุ่นใหม่โดยฝีมือของ หวังจิง ผู้กำกับคนเดิมกับที่ทำดาบมังกรหยกเมื่อปี 1993 แล้วค้างภาคสองที่ปูว่าจะทำเอาไว้นานจนคนดูตายตกไปตามกันเยอะแยะแล้ว นำแสดงโดยหลี่เหลียนเจี๋ยและเป็นผู้อำนวยการสร้างอีกด้วย กำกับคิวบู๊โดยหงจินเป่า 

ดาบมังกรหยก 1993

ใช่จ้ะ ภาคนี้ภาคเดียวกันนี่แหละมันเคยออกสู่สายตาชาวโลกมาแล้วนานมาก การกลับมาคราวนี้หวังจิงร่วมมือกับ วีนัส เคียง รีเมกดาบมังกรหยก 1 เมื่อครั้งกระนู้น โครงเรื่องคล้ายเดิมแต่มีการปรับปรุงใหม่ให้ดีกว่าเดิม อย่างน้อยภาคนี้ก็เอาเตียบ่อกี้คนดีคนเดิมของเรากลับมา ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น ดุดัน ผยองเดชแบบเมื่อคราวที่หลี่เหลียนเจี๋ยแสดงนำ แหม นอกจากกิมย้งแกจะชอบปรับปรุงนิยายตัวเองอยู่บ่อย ๆ แล้ว คนเอามาทำหนังก็ยังสืบทอด DNA ของกิมย้งมาอีก ปรับกันไปจ้ะจนกว่าจะตายไปข้างนึง

ดาบมังกรหยก 1 New Kung Fu Cult Master 1 จะเริ่มเล่าในตอนนี่สามพ่อแม่ลูก เตียบ่อกี้ (หลินฟง) ในวัย 15 ปี บุตรชายของ เตียชุ่ยซัว (กู่เทียนเล่อ) ศิษย์คนที่ 5 ของนักพรตจางซานฟงแห่งบู๊ตึ้งและฮึงซู่ซู่ (จูเฉินลี่) ลูกสาวของอินทรีย์คิ้วขาวประมุขแห่งเม้งก่าตะวันตก (พรรคจรัสหรือพรรคอินทรีฟ้า) เดินทางกลับมายังบู๊ตึ๊งเพื่อพบกับ เตียซำฮง (เจินจื่อตัน) อาจารย์เจ้าสำนัก แต่กลับถูกชาวยุทธ์บีบบังคับให้บอกที่อยู่ของเจี่ยซุ่นหรือราชสีห์ขนทอง (สวีจิ่นเจียง) ที่เป็นพ่อบุญธรรมของเตียบ่อกี้และเลี้ยงดูเขามาบนเกาะน้ำแข็งอัคคี

สามคนถูกทำร้ายด้วยฝ่ามือเยือกเย็นจาก 2 ผู้เฒ่าทมิฬ จากการต่อสู่กับเหล่าคนดีทั้งหลายและ มิกจ้อ (เหลียงเชิง) เจ้าสำนักง้อไบ๊ ทำให้เตียบ่อกี้ต้องสูญเสียทั้งบิดาและมารดา 17 ปีต่อมา เตียบ่อกี้ (หลินฟง) บรรลุเคล็ดวิชาเก้าเอี๊ยง ก็เดินทางกลับตงง้วนเพื่อทวงหนี้แค้นให้บิดามารดา ท่ามกลางศึกแห่งการต่อสู้ในยุทธภพ เตียบ่อกี้ก็ได้พบกับ เตี๋ยเมี่ยง (เหวินหย่งซาน) ธิดาแห่งอ๋องมองโกล จิวจี้เยี้ยก (ชิวอี้หนง) ลูกศิษย์สำนักง้อไบ๊ และเสี่ยวเจียว (อวิ๋นเชียนเชียน) สาวใช้แห่งพรรคเม้งก่าที่จริง ๆ แล้วเป็นลูกสาวของกุมารีแห่งเม้งก่าสาขาใหญ่ จนเตียบ่อกี้เข้ารับตำแหน่งประมุขเม้งก่าคนปัจจุบัน

ภาค 1 จบไปก็ต่อภาค 2 แบบไม่ต้องให้รอนาน ‘ดาบมังกรหยก 2 New Kung Fu Cult Master 2’ จะเริ่มในตอนที่เตียบ่อกี้และพรรคเม้งก่า ต้องหาทางช่วยยอดฝีมือจากหกสำนักใหญ่ที่ถูกกักขังไว้บนเจดีย์วัดบ้วนอัน ก็คือพรรคมารยกพวกตามมาช่วย 6 พรรคคนดีที่ราวีเม้งก่านั่นแหละ แต่มิกจ้อเจ้าสำนักง้อไบ๊ก็ตายลงในศึกครั้งนี้ โดยมีคำสั่งเสียให้จิวจี้เยี้ยก รับตำแหน่งเจ้าสำนักง้อไบ๊ต่อ พร้อมกับบอกความลับของ ‘กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร’ เตี๋ยเมี่ยง ก็อยากรู้ความลับเช่นกันจึงขอให้เตียบ่อกี้พาไปหาราชสีห์ขนทอง

เตียบ่อกี้ และสามสาวเตี๋ยเมี่ยง จิวจี้เยี้ยก เสี่ยวเจียว จึงออกเดินทางไปยังเกาะน้ำแข็งอัคคี เพื่อค้นหาความลับของสองยอดศาสตราที่เหล่าจอมยุทธ์ทั่วหล้าหมายครอบครอง ในขณะเดียวกัน เซ่งคุน (ซื่อสิงอวี่) ก็รอคอยโอกาสที่จะกำจัดทุกคนที่ขวางทาง จนสุดท้ายสู้กันไปสู้กันมาพระเอกก็ต้องชนะอยู่วันยังค่ำ พร้อมกับรักสามเส้าของเตียบ่อกี้ที่ ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องตีกันเองเลยจ้ะ เพราะนางทั้งสามสามัคคีกันรักพระเอกอย่างกับอะไรดีแน่ะ ถึงจะมีเรื่องราวดุเดือดและการสูญเสียให้พระเอกต้องน้ำตาตกก็ตามที

คิวบู๊ได้อยู่แต่ CG ล้ำเลิศกว่า

ก็เป็นไปตามยุคสมัยนะคะที่ภาพยนตร์กำลังภายในสมัยนี้จะใช้ CG เข้ามาช่วยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสำหรับดาบมังกรหยกก็อลังการงานสร้างและเฟี้ยวฟ้าวได้อยู่กับ CG ที่ออกมามากมายจนหมัดและดาบหงอยไปเลยจ้ะ บอกตามตรงว่าก็แอบคาดหวังอยู่พอสมควรกับคิวบู๊ที่รอคอย ถึงจะสนองความต้องการไม่ได้มากอย่างที่คาดหวังเอาไว้แต่ไม่ได้ทำให้อกหักซะทีเดียว เพราะสิ่งที่ออกมาสู่สายตาก็ไม่ผิดไปจากสไตล์ของหนังจีน-ฮ่องกงสมัยใหม่ที่จะเน้นไปที่ CG ซะมากกว่า ก็ของมันมีให้ใช้แล้วจะฟาดใฟ้เหนื่อยทำไมละเนอะ

จุดนี้ก็เรียกจินตนาการในนิยายออกมาได้พอสมควร ปล่อยพลังกันอย่างมโหฬารไปเลย ถึงลีลาออกหมัด ฟาดดาบจะไม่สาแก่ใจป้าข้างบ้านเท่าไหร่แต่ให้อภัยในความอลังการเหนือมนุษย์ของเขาก็แล้วกัน ภาค 1 กำลังมัน ๆ อ้าวจบเว้ยเฮ้ยต้องรอภาค 2 แต่ก็ไม่ได้ทำให้การรอคอยต้องผิดหวัง เพราะเตียบ่อกี้ในฐานะประมุขพรรคมารนั้นเก่งกาจหาใครทัดเทียม เรียกว่าไร้พ่ายทั่วสารทิศ เรื่องนี้หลินฟงในบทเตียบ่อกี้ถูกบ่นว่า ทำไมแก่จังเลยจ๊ะเตียบ่อกี้ต้องหนุ่มกว่านี้สิ ก็ต้องบอกก่อนเลยค่ะว่าภาคนี้เขามารับบทในช่วงที่เตียบ่อกี้เป็นประมุขพรรคมารแล้ว ตัวจริงแก่กว่าในเรื่อง 10 ปีเอง หยวน ๆ น่า

ถามว่าคุ้มไหมกับฉากบู๊ที่ CG เยอะกว่าแอ็กชัน สำหรับสายกำลังภายในจ๋า ๆ อาจบอกว่าไม่สะใจเท่าไหร่เลย แต่หากว่ามองไปตามยุคสมัยก็ถือว่าเป็นงานสร้างที่ทุ่มทุนและมี CG ที่เนียนตาพอสมควร ตูมตามกันเลยละ บอกแค่นี้

บทปรับใหม่ที่รักสามเส้าเป็นจุดเด่น

เวอร์ชันนี้ เตียบ่อกี้ กลับมาเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงและมีนิสัยอ่อนโยน แตกต่างปี 1993 ที่บทปรับให้เตียบ่อกี้ทะเยอทะยาน เจ้าคิดเจ้าแค้นซึ่งกลายเป็นคนละคนกับเตียบ่อกี้ในนิยายไปซะฉิบ พอมาเจอเตียบ่อกี้คนเดิมก็รู้สึกดีขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ และแน่นอนว่าสาว ๆ ทั้งสามนางสวยหยดจนถ้าเกิดเป็นเตียบ่อกี้อิชั้นก็เลือกไม่ถูกจริง ๆ จ้ะ แต่หากใครสงสัยว่าใครนะจะเป็นนางเอกก็นี่เลยเขาบอกไว้อยู่แล้วว่าคือ เตี๋ยเมี่ยง ธิดาแห่งอ๋องมองโกลนี่แหละค่ะ ตัวจริงของฮี แต่กว่าจะได้มาบรรจบสมกับที่เกิดมาคู่กัน ก็ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมามากมาย

เตี๋ยเมี่ยง/เหวินหย่งซาน

คือหนาวจริง ๆ เพราะไปผจญภัยกันถึงเกาะน้ำแข็งอัคคี ต้องผ่านการต่อสู่ แย่งชิงต่าง ๆ นา ๆ โดยเฉพาะเรื่องความลับในกระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกรที่ทำให้นางหนึ่งเปลี่ยนไป นางหนึ่งต้องเสียสละ ภาคแรกปูเรื่องไว้ถึงการฝ่าฟันจนถึงเตียบ่อกี้ได้รับตำแหน่งประมุขพรรคมาร พอมาภาคสองก็ไปที่การปกป้องบ้านเมืองจากอ๋องมองโกล ซึ่งนิยายกำลังภายในของกิมย้งก็มักจะสอดแทรกคุณธรรมความดีเอาไว้มากมาย และตัวละครบางตัวมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ให้เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของความจริงบนโลกที่เราเห็นกันอยู่แล้ว ว่าผู้ที่บอกว่าตนเป็นฝ่ายธรรมะก็ไม่ใช่ผู้ทรงคุณธรรมเสมอไป แถมยังต้องให้พรรคมารที่ตัวเองแสนรังเกียจมาคอยช่วยอีกต่างหาก

เสี่ยวเจียว/อวิ๋นเชียนเชียน

ในส่วนนี้ผู้สร้างไม่ได้ทิ้งรายละเอียดไป แต่น่าเสียดายที่การห้ำหั่นเพื่อคุณธรรมความดีและความถูกต้อง การปกป้องบ้านเมืองเบาบางกว่าความรักซะด้วยซ้ำ ก็เข้าใจได้จ้ะเพราะเตียบ่อกี้เขาก็ไม่เป็นสองรองใครในเรื่องนี้มันเด่นอยู่แล้วตั้งแต่นิยายเลยละ รักมั่นคงให้หญิงอีกคนก็ยังใช่ เสียดายความภัคดีของอีกนางก็ได้อยู่ ผูกสมัครกับอีกนางที่ร่วมทุกข์ก็ได้อีก เกิดเป็นเตียบ่อกี้นี่ก็ลำบากเหมือนกันแฮะ และด้วยความที่เป็นหนังจะให้เล่าได้ครบถ้วนแบบนิยายมันยากมาก ในส่วนนี้ก็ทำให้เนื้อเรื่องขาดความกลมกล่อมไปอยู่สักหน่อย เพราะมันช่างรวบรัดเหลือเกิน พ่อคุณเอ้ย

จิวจี้เยี้ยก/ชิวอี้หนง

ทำให้บทของเรื่องนี้ดูพร่องไปอย่างเห็นได้ชัด เราเข้าใจถึงการดัดแปลงอยู่แล้วละเพราะรายละเอียดในนิยายค่อนข้างเยอะ ที่เราจะเห็นในหนังเรื่องนี้ทั้งสองภาคผู้สร้างก็เลือกฉากใหญ่ ๆ มาให้ดูกันทั้งนั้น การปะติดปะต่อเรื่องราวก็รวดเร็วปรู๊ดปร๊าดและรวบรัดอยู่พอสมควร จุดนี้ถึงจะไม่ดุเดือดเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่น่าเบื่อ แต่ใด ๆ ก็ตามคิวบู๊ที่เฟี้ยวฟ้าวยังคงอยู่โดยเฉพาะช่วงต่อสู้ที่เม้งก่า และการออกลีลาของ เจินจื่อตันในบทเตียซำฮง ที่ต้องยอมรับเลยว่า ศิลปินชั้นครูผู้นี้ฝีมือไม่พร่องไปเลยจริง ๆ

เตียซำฮง/เจินจื่อตัน

คอสตูมอลังการ สวยหยดจนไม่อาจละสายตา

ดูหนังกำลังภายในสมัยนี้ถ้าไม่เสพคอสตูมก็เห็นทีจะเสียของนะคะ และเรื่องนี้ก็ประเคนความสวยงามอลังการมาให้ได้เสพกันแบบเต็ม ๆ ตา โดยเฉพาะสาว ๆ ทั้งหลายในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตัวเอกหรือไม่เอกก็ตาม การออกแบบคาแรกเตอร์ของตัวแสดงทุกตัวจัดได้ว่าใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมและเปรียบเทียบกับเวอร์ชันเก่าเมื่อนานมาแล้ว ที่เวอร์ชันนี้คุ้มค่าต่อสายตาจริง ๆ ค่ะ โดยเฉพาะค้างคาวปีกเขียวที่อิชั้นชอบการดีไซน์ของตัวละครตัวนี้มาก และราชสีห์ขนทองที่สร้างภาพภายนอกให้ดูน่าเกรงขาม แต่ความจริงเป็นตาแก่ปวกเปียกที่ถ้าไม่มีวิชาราชสีห์คำรามก็เข่าทรุดกันเลยทีเดียว

มังกรเสื้อม่วง เสี่ยวเจียว ค้างคาวปีกเขียวและอินทรีคิ้วขาว

บวกกับความสวยงามของสาว ๆ ที่แต่ละนางนั้นบรรจงแต่งเหมือนจะมาแข่งกันประชันความงามก็ไม่ปาน และลุคเท่ ๆ ของเตียบ่อกี้ที่มาถึงวันนี้คงลบคำปรามาสเรื่องอายุไปได้แล้วเพราะเตียบ่อกี้ลุคนี้สร้างมาให้เราเชื่อได้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่สาว ๆ สมควจะตกหลุมรัก หล่อไม่มากแต่เร้าใจเพราะช่างอบอุ่นและแสนดีไปทุกหย่อมหญ้า ภาษาบ้านเราก็คงจะเรียกคุณพี่เขาได้ว่าพระเอกขี้อ่อย ที่ซื่อ ๆ ใส ๆ ไม่ได้คิดอะไรมากกว่าความเป็นสุภาพบุรุษผู้แสนดีเลยจริงจริ้ง จนทำให้เรื่องนี้เป็นหนังกำลังภายในที่ฉาบด้วยความรักสามเส้าเราสามคนที่ต่างคนต่างเสียสละเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง รวมคนดีที่โลกต้องจำอ่ะจ้ะ ว่าอย่างนั้นแหละ

คุณภาพของบท
6
คุณภาพนักแสดง
8
คุณภาพงานสร้าง คอสตูม CG
9
คุณภาพการเล่าเรื่อง
6
ความสนุกตามแนวหนัง
7
คะแนนจากผู้อ่าน0 Votes
0
จุดเด่น
CG เรื่องนี้เด่นเด้งมากกว่าบทแอ็กชันตามสไตล์หนังกำลังภายใน คอสตูมอลังการสวยงามคุ้มค่ากับการรับชม
สำหรับสายกำลังภายในจะได้พบกับดาราที่คุ้นเคยจนหายคิดถึงและไม่ผิดหวังกับการแสดงของเขาจริง ๆ และที่สำคัญเตียบ่อกี้มีเสน่ห์ขึ้นมากกว่าเวอร์ชันที่แล้วแถมด้วยนางเอกสวยบาดใจจนอิจฉาพระเอกกันไปเลย
จุดสังเกต
บทมีความกระชับแต่ทำให้ขาดความกลมกล่อม จนกลายเป็นห้วนไป บทบู๊น้อย บทจ้องตาเยอะกว่า แต่ก็เข้าใจได้ในความยากของการเอานิยายมาทำเป็นหนัง
7.2

The post [รีวิว]ดาบมังกรหยก 1-2: ปรับปรุงใหม่ไฉไลกว่าเดิม appeared first on #beartai.

Credit ข่าวจาก : www.beartai.com/

Leave a Reply

โนล กัลลาเกอร์ เผย โลกนี้คงไม่มีวงแบบ Oasis แล้ว เพราะยุคนี้ของแพง แถมห้องซ้อมก็ไม่มี Previous post โนล กัลลาเกอร์ เผย โลกนี้คงไม่มีวงแบบ Oasis แล้ว เพราะยุคนี้ของแพง แถมห้องซ้อมก็ไม่มี
18 March 2022
62nd Anniversary of the Tourism Authority of Thailand

18 มีนาคม 2565 วันคล้ายวันสถาปนาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย … on 18/03/2022 at 2:00 am  – ท่องเที่ยว Next post 18 March 2022 62nd Anniversary of the Tourism Authority of Thailand 18 มีนาคม 2565 วันคล้ายวันสถาปนาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย … on 18/03/2022 at 2:00 am – ท่องเที่ยว
Social Multiculious Forum View Stats