October 28, 2021
11 11 11 AM
วีเอสที อีซีเอส ประกาศเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ TCL ประเดิมตลาดไทยด้วยสมาร์ตโฟน 5G
Back 4 Blood มีผู้เล่นมากกว่า 6 ล้านคนแล้ว ตั้งแต่เกมวางจำหน่าย
Blizzard ประกาศยกเลิกจัดงาน BlizzCon 2022 และจะกลับมาจัดอีกครั้งในอนาคต
เปิดตัว Star Ocean: The Divine Force พร้อมวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2022
ผลการสำรวจล่าสุด ฌอน คอนเนอรี่ คือ เจมส์ บอนด์ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
ศึกอยุธยา อินวิเทชั่น เปิดฉาก 1-3 พ.ย. ชมสดทุกคู่ทาง TVA Channel – ข่าวกีฬา
‘เอ็นบีเอ’ ระอุ ดราม่าข้อครหาเจ้าของทีม ถกปมนักกีฬาไม่ฉีดวัคซีน – สังคม
หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (28 ต.ค.) -3.3 จุด ซื้อขายหนาแน่น 7.4 หมื่นล้าน – การเงิน
DPAINT แผ่วปลาย ท้ายตลาดปิดบวก 72% ราคา 12.90 บาท – การเงิน
ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หนุน PTTEP โกยกำไร 9 เดือน 890 ล้านเหรียญสหรัฐฯ – เศรษฐกิจ
อีริก รอธ เขียนท ‘Dune’ ด้วยซอฟต์แวร์ MS-DOS อายุกว่า 30 ปี
Facebook Protect วิธีตั้งค่าความปลอดภัย ก่อนเฟซบุ๊กโดนล็อกใน 15 วัน – IT
ประยุทธ์ แนะ 3 ข้อ พลิกโฉมอุตสาหกรรม IMT-GT พร้อมเปิดประเทศ 1 พ.ย. – การเงิน
กรมสรรพากร ขยายเวลายื่นแบบภาษีเดือนกันยายน 2564 – การเงิน
กองทุน SSF คืออะไร ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ – การเงิน
นักธุรกิจต่างชาติเชื่อมั่นไทย ดันดัชนีแตะ 41.7 หลังฉีดวัคซีนรับเปิดประเทศ – เศรษฐกิจ
ลักเซอรี่โตสวนกระแสโควิด “พีพีกรุ๊ป” จัดทัพ “ลองฌอมป์” เจาะGenZ – ธุรกิจ
นิชคาร์รื้อโครงสร้างราคาใหม่ รับมือบาทอ่อนทุ่มเสริมแกร่งบริการหลังขาย – ยานยนต์
กสทช. ออกเกณฑ์ใหม่ ยืนยันตัวตนผู้ส่ง SMS ปิดทางมิจฉาชีพ – IT
“แม็คโคร” ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน-หุ้นสามัญเดิม ไม่เกิน 2,270 ล้านหุ้น – การเงิน
Latest Post
วีเอสที อีซีเอส ประกาศเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ TCL ประเดิมตลาดไทยด้วยสมาร์ตโฟน 5G Back 4 Blood มีผู้เล่นมากกว่า 6 ล้านคนแล้ว ตั้งแต่เกมวางจำหน่าย Blizzard ประกาศยกเลิกจัดงาน BlizzCon 2022 และจะกลับมาจัดอีกครั้งในอนาคต เปิดตัว Star Ocean: The Divine Force พร้อมวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2022 ผลการสำรวจล่าสุด ฌอน คอนเนอรี่ คือ เจมส์ บอนด์ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ศึกอยุธยา อินวิเทชั่น เปิดฉาก 1-3 พ.ย. ชมสดทุกคู่ทาง TVA Channel – ข่าวกีฬา ‘เอ็นบีเอ’ ระอุ ดราม่าข้อครหาเจ้าของทีม ถกปมนักกีฬาไม่ฉีดวัคซีน – สังคม หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (28 ต.ค.) -3.3 จุด ซื้อขายหนาแน่น 7.4 หมื่นล้าน – การเงิน DPAINT แผ่วปลาย ท้ายตลาดปิดบวก 72% ราคา 12.90 บาท – การเงิน ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หนุน PTTEP โกยกำไร 9 เดือน 890 ล้านเหรียญสหรัฐฯ – เศรษฐกิจ อีริก รอธ เขียนท ‘Dune’ ด้วยซอฟต์แวร์ MS-DOS อายุกว่า 30 ปี Facebook Protect วิธีตั้งค่าความปลอดภัย ก่อนเฟซบุ๊กโดนล็อกใน 15 วัน – IT ประยุทธ์ แนะ 3 ข้อ พลิกโฉมอุตสาหกรรม IMT-GT พร้อมเปิดประเทศ 1 พ.ย. – การเงิน กรมสรรพากร ขยายเวลายื่นแบบภาษีเดือนกันยายน 2564 – การเงิน กองทุน SSF คืออะไร ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ – การเงิน นักธุรกิจต่างชาติเชื่อมั่นไทย ดันดัชนีแตะ 41.7 หลังฉีดวัคซีนรับเปิดประเทศ – เศรษฐกิจ ลักเซอรี่โตสวนกระแสโควิด “พีพีกรุ๊ป” จัดทัพ “ลองฌอมป์” เจาะGenZ – ธุรกิจ นิชคาร์รื้อโครงสร้างราคาใหม่ รับมือบาทอ่อนทุ่มเสริมแกร่งบริการหลังขาย – ยานยนต์ กสทช. ออกเกณฑ์ใหม่ ยืนยันตัวตนผู้ส่ง SMS ปิดทางมิจฉาชีพ – IT “แม็คโคร” ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน-หุ้นสามัญเดิม ไม่เกิน 2,270 ล้านหุ้น – การเงิน
กองทุนหุ้น Mid/Small Cap โชว์ผลตอบแทนหรูท่ามกลางวิกฤตโควิด – การเงิน

กองทุนหุ้น Mid/Small Cap โชว์ผลตอบแทนหรูท่ามกลางวิกฤตโควิด – การเงิน

ปีนี้กองทุนที่มีการเติบโตค่อนข้างดีมาตั้งแต่ต้นปีก็คือ กองทุนหุ้น Mid/Small Cap หรือกองทุนหุ้นขนาดกลาง/ขนาดเล็ก

โดย “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) บอกว่า หากดูผลตอบแทนกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่ถูกจัดอันดับไว้ จะเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ ที่อยู่ใน SET50 เป็นหลัก อย่างพวกกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร และกลุ่มค้าปลีก ซึ่งจะผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นขนาดกลาง-เล็กจะมีความหลากหลายและปรับตัวได้ดีกว่า

ผลตอบแทนโดดเด่นกว่า 40%

“เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นว่าหุ้นขนาดใหญ่ไม่ได้ perform ดีเท่ากับหุ้น Mid/Small Cap โดยหากดูจากผลตอบแทนจะเห็นว่าหุ้นกองทุนหุ้น Mid/Small Cap ให้ผลตอบแทนสะสมต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ที่ค่อนข้างสูงถึงระดับ 40% (ดูตาราง)” นางสาวชญานีกล่าว

ดาวน์โควิดหนุนหุ้นกลาง-เล็ก

“ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า หากพิจารณาจากดัชนี SET ที่โตได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับภาพรวม SET และ SET จะเห็นได้ว่าหุ้นขนาดใหญ่ในปีนี้ไม่ได้ perform เท่าที่ควร แต่กลับเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้มักจะอยู่ใน SET เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่จะอยู่ใน SET เป็นหลัก ทั้งนี้ หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ปีที่แล้วจะเห็นว่าหุ้น Mid/Small Cap เติบโตได้ดีมาอย่างต่อเนื่อง

“สถานการณ์โควิด-19 หรือการที่รัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหุ้น Mid/Small Cap มากนัก เนื่องจากกลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นสูง มีการปรับตัวได้เร็วกว่าหุ้นขนาดใหญ่” นางชวินดากล่าว

ขณะที่ “ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส กล่าวว่า การที่หุ้น Mid/Small Cap เติบโตได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ เนื่องมาจากบริษัทขนาดกลาง-เล็กที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างที่จะมี performance ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ถึงแม้ว่าจะมีวิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่พบว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ได้วิกฤตตามไปด้วย เนื่องจากไม่ได้อิงไปตามสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่มักจะอิงไปตามสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก ทำให้เมื่อเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวธุรกิจกลุ่มนี้จึงยังไม่ฟื้นเช่นกัน

“หุ้นกลุ่ม Mid/Small Cap จะยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงที่ผ่านมามีนักลงทุนหน้าใหม่เปิดบัญชีเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนกลุ่มใหม่ ๆ มักมองหาธุรกิจที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วถึงแม้จะมีความเสี่ยง จึงทำให้หุ้นกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-เล็กในกลุ่มที่มีอัตราเติบโตสูงเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน จึงเชื่อว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าหุ้นกลุ่ม Mid/Small Cap จะยังคงเติบโตได้ดี” นายประภาสกล่าว

ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-ย้ายจากหุ้นใหญ่

ฟาก “ชาญชัย พันทาธนากิจ” ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า หลังจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจาก 1,550 จุด มาอยู่แถวบริเวณ 1,660 จุด ตอบรับความคาดหวังที่ไทยเตรียมจะเปิดประเทศและความคืบหน้าการกระจายวัคซีน จึงเห็นภาพเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (fund flow) เริ่มไหลกลับเข้ามารอบหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เริ่มเห็นโดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ตลาดหุ้นไทยอยู่ในภาวะติดตามพัฒนาการจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดหลังคลายล็อกดาวน์ว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร และการเปิดเมืองจะทำได้ต่อเนื่องหรือไม่ โดยภาพฟันด์โฟลว์ที่เริ่มเห็นเป็นภาพการซื้อสลับขาย อาจจะไม่ได้มีเม็ดเงินใหม่เข้ามาหนุน ทำให้ภาพตลาดหุ้นไทยที่หมุนไปหุ้นขนาดใหญ่เริ่มจะเคลื่อนย้ายมาสู่หุ้นขนาดกลาง-เล็กเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้หุ้น Mid/Small Cap ในช่วงที่ผ่านมาแกว่งตัวได้ค่อนข้าง outperform (ดีกว่า SET index)

ลงทุนหุ้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว

“แต่ตอนนี้เม็ดเงินต่างชาติเริ่มชะลอ ทำให้เม็ดเงินในตลาดหุ้นไทยเป็นเงินจากนักลงทุนในประเทศเป็นสำคัญ และเห็นภาพ sector rotation ไปสู่หุ้น Mid/Small Cap โดยการเล่น/ลงทุนต้องหาหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว แนะนำ บมจ.วนชัย กรุ๊ป (VNG) ที่ภาพผลประกอบการเป็นภาพเทิร์นอะราวนด์ในปีนี้ ในระยะสั้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า โดยแนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 9.9 บาทต่อหุ้น” นายชาญชัยกล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (15 ก.ย. 2564) ผลตอบแทน SET index อยู่ที่ 12.7% ขณะที่ผลตอบแทน sSET อยู่ที่ 50.4% และผลตอบแทน mai อยู่ที่ 66.3% โดยประเมินภาพตลาดหุ้นไทยหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ช่วงวันที่ 21-22 ก.ย. 2564 ถ้าส่งสัญญาณการทำ QE tapering ตามที่ตลาดคาด น่าจะประกาศในเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค. 2564 โดยมีระยะเวลาทำ QE อยู่ในช่วง 8-12 เดือน

“ถ้าเป็นไปตามนี้ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะมีไม่มาก แต่ถ้าทำเร็วกว่าที่คาดอาจจะเป็นบรรยากาศเชิงลบได้ โดยจะเห็นภาพเทขายกำไรในระยะสั้นเกิดขึ้น” นายชาญชัยกล่าว

นับได้ว่าในช่วงวิกฤตโควิดหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่อิงกับภาวะเศรษฐกิจนัก ยังคงไปได้ดี สะท้อนผ่านผลตอบแทนที่ออกมาโดดเด่น

อ่านข่าวต้นฉบับ: กองทุนหุ้น Mid/Small Cap โชว์ผลตอบแทนหรูท่ามกลางวิกฤตโควิด

Link : Read More
Credit : https://www.prachachat.net
Tags : #ข่าวการเงิน #การเงินการลงทุน

Leave a Reply

Drived by WordPress

Links : | |

All rights reserved © Social Multiculious Forum Live News Theme by Seos Themes

Social Multiculious Forum View Stats