October 19, 2021
11 11 11 AM
ทรูผนึก Nonvoice สตาร์ตอัพจากอเมริกา เปิดตัวเกม AR มัดใจคอเกมเมอร์ – IT
เช็กที่นี่! วิธีได้เงินชดเชย 30-60 เท่า กรณีถูกเลิกจ้างเพราะโควิด-น้ำท่วม – สังคม
กองทรัสต์ WHART เพิ่มทุน 3 โครงการ 5.55 พันล้าน ดันสินทรัพย์ปีนี้โตแตะ 4.8 หมื่นล้าน – การเงิน
มวลน้ำทะลัก 4 จังหวัดอีสานกว่า 3 แสนไร่ “โคราช” อ่วมสุด – เศรษฐกิจ
ลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน น้ำเพิ่มสูงขึ้น ช่วง 20-30 ต.ค. นี้ – เศรษฐกิจ
Steam Deck จะมีระบบบอกสถานะเกม เพื่อบอกว่าเกมไหนเล่นได้และเล่นไม่ได้
เมล กิบสัน จะร่วมแสดงใน ‘The Continental’ ซีรีส์แยกของ ‘John Wick’
เผยมีบัตร 10,700 ใบโดนดูดเงิน มิจฉาชีพใช้ช่องโหว่สุ่มข้อมูลบัตรไปใช้ ไม่ได้หลุดจากธนาคารไทย
ครม.เคาะ คนละครึ่งเฟส 3 จ่ายอีก 1,500 บาท เริ่มโอน พ.ย. – การเงิน
9 ประเทศอาเซียน บรรลุความร่วมมือ “ประกันภัยรถภาคบังคับผ่านแดน” – การเงิน
ก.ล.ต. เฮียริ่ง ปรับเกณฑ์ลงทุน “กองทุนรวม” ภายใต้ บลจ. เดียวกัน – การเงิน
ครม. เคาะวงเงิน 5.4 หมื่นล้าน เติมเงินบัตรคนจน-คนละครึ่ง เฟส 3 – การเงิน
เปิดรายชื่อ 10 จังหวัด ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 1 น้อยที่สุด อีสานแชมป์ – ธุรกิจ
“ทีพีเอ็น โกลบอล” ลุย 3 ธุรกิจใหม่ตั้งเป้าโต 3 เท่าใน 1 ปี – ธุรกิจ
รพ.พระรามเก้า เปิดตัวยารักษาโควิดแอนติบอดี ค็อกเทล – ธุรกิจ
รพ.ปิยะเวท-บางปะกอก 9 เปิดจองซิโนฟาร์ม รอบที่ 4 สำหรับบุคคลทั่วไป 21 ต.ค. – ธุรกิจ
ทดสอบ Wireless Microphone Synco ที่ราคาไม่ถึง 4,000 บาท
ภาพเรนเดอร์ล่าสุด Samsung Galaxy S22 Ultra มาพร้อมหน้าจอดีไซน์ทรงหยดน้ำ
รีวิว RiverSync Koelkast ตู้ Micro Data Center ติดแอร์
Nintendo Switch OLED คุ้มไหมถ้าจะซื้อ (เพิ่มเงินอีกตั้ง 5,000 กว่าบาทเลยนะ!)
Latest Post
ทรูผนึก Nonvoice สตาร์ตอัพจากอเมริกา เปิดตัวเกม AR มัดใจคอเกมเมอร์ – IT เช็กที่นี่! วิธีได้เงินชดเชย 30-60 เท่า กรณีถูกเลิกจ้างเพราะโควิด-น้ำท่วม – สังคม กองทรัสต์ WHART เพิ่มทุน 3 โครงการ 5.55 พันล้าน ดันสินทรัพย์ปีนี้โตแตะ 4.8 หมื่นล้าน – การเงิน มวลน้ำทะลัก 4 จังหวัดอีสานกว่า 3 แสนไร่ “โคราช” อ่วมสุด – เศรษฐกิจ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน น้ำเพิ่มสูงขึ้น ช่วง 20-30 ต.ค. นี้ – เศรษฐกิจ Steam Deck จะมีระบบบอกสถานะเกม เพื่อบอกว่าเกมไหนเล่นได้และเล่นไม่ได้ เมล กิบสัน จะร่วมแสดงใน ‘The Continental’ ซีรีส์แยกของ ‘John Wick’ เผยมีบัตร 10,700 ใบโดนดูดเงิน มิจฉาชีพใช้ช่องโหว่สุ่มข้อมูลบัตรไปใช้ ไม่ได้หลุดจากธนาคารไทย ครม.เคาะ คนละครึ่งเฟส 3 จ่ายอีก 1,500 บาท เริ่มโอน พ.ย. – การเงิน 9 ประเทศอาเซียน บรรลุความร่วมมือ “ประกันภัยรถภาคบังคับผ่านแดน” – การเงิน ก.ล.ต. เฮียริ่ง ปรับเกณฑ์ลงทุน “กองทุนรวม” ภายใต้ บลจ. เดียวกัน – การเงิน ครม. เคาะวงเงิน 5.4 หมื่นล้าน เติมเงินบัตรคนจน-คนละครึ่ง เฟส 3 – การเงิน เปิดรายชื่อ 10 จังหวัด ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 1 น้อยที่สุด อีสานแชมป์ – ธุรกิจ “ทีพีเอ็น โกลบอล” ลุย 3 ธุรกิจใหม่ตั้งเป้าโต 3 เท่าใน 1 ปี – ธุรกิจ รพ.พระรามเก้า เปิดตัวยารักษาโควิดแอนติบอดี ค็อกเทล – ธุรกิจ รพ.ปิยะเวท-บางปะกอก 9 เปิดจองซิโนฟาร์ม รอบที่ 4 สำหรับบุคคลทั่วไป 21 ต.ค. – ธุรกิจ ทดสอบ Wireless Microphone Synco ที่ราคาไม่ถึง 4,000 บาท ภาพเรนเดอร์ล่าสุด Samsung Galaxy S22 Ultra มาพร้อมหน้าจอดีไซน์ทรงหยดน้ำ รีวิว RiverSync Koelkast ตู้ Micro Data Center ติดแอร์ Nintendo Switch OLED คุ้มไหมถ้าจะซื้อ (เพิ่มเงินอีกตั้ง 5,000 กว่าบาทเลยนะ!)
เปิดประเทศปั๊มชีพจรเศรษฐกิจ ฟื้นท่องเที่ยว อัด “ช้อปดีมีคืน” ปลุกจับจ่าย – เศรษฐกิจ

เปิดประเทศปั๊มชีพจรเศรษฐกิจ ฟื้นท่องเที่ยว อัด “ช้อปดีมีคืน” ปลุกจับจ่าย – เศรษฐกิจ

นายกฯดีเดย์เปิดประเทศ 1 พ.ย. ไม่ต้องกักตัว เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจดึงกำลังซื้อทั้งจากต่างประเทศ-ในประเทศ คลังออกแพ็กเกจอัดฉีดถึงต้นปีหน้า งัด “ช้อปดีมีคืน-ขยายคนละครึ่ง” ปลุกมู้ดจับจ่าย ถกมหาดไทยลดค่าโอน-จดจำนองบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท สภาอุตฯ-หอการค้าลุ้น GDP โตเพิ่ม ภาคท่องเที่ยวฟันธงฟื้นเชื่อมั่น คาดต่างชาติเข้าไทยปลายปีนี้ไม่ต่ำกว่าล้านคน ผู้ประกอบการถนนข้าวสารนับถอยหลังจัดเคานต์ดาวน์คึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ประกาศ “เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว” เริ่มวันที่ 1 พ.ย. 2564 และภายในวันที่ 1 ธ.ค. จะอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ รวมทั้งจะอนุญาตให้สถานบันเทิงเปิดให้บริการได้ภายใต้มาตรการสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่

เป้าหมายหลักคือการปลุกบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้กลับมากระเตื้อง ขณะที่กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมออกแพ็กเกจกระตุ้นเพื่อปลุกมู้ดการจับจ่ายตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า

ฉีดครบ 32% ก็เปิดประเทศได้ ความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ

แพ็กเกจรับปีใหม่มาแน่

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการรองรับการเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. 2564 ตามนโยบายของนายกฯ

หลัก ๆ จะเป็นมาตรการในฝั่งของการท่องเที่ยว โดยในส่วนของกระทรวงการคลัง จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการใช้จ่าย ขณะนี้บางมาตรการกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งโครงการคนละครึ่ง และยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งเป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายให้มีเม็ดเงินสะพัดมากขึ้น ในช่วงต้นไตรมาส 4 และมองว่ายังเพียงพอ ส่วนมาตรการอื่นที่จะออกมาเพิ่มเติมให้รอดูสัปดาห์หน้า

งัด “ช้อปดีมีคืน” ปลุกกำลังซื้อ

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมแพ็กเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปลายปี 2564 จนถึงต้นปี 2565 ตามโจทย์ที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ได้ให้นโยบายไว้ โดยจะมีมาตรการที่เน้นกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ให้สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่ลาย และรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นความชัดเจนในช่วงต้นเดือน พ.ย. ทั้งรูปแบบและวงเงินที่จะให้สำหรับการลดหย่อนภาษี ซึ่งต้องรอประเมินสถานการณ์โควิดหลังจากคลายล็อกดาวน์ด้วย

ทั้งนี้ มาตรการที่กำลังพิจารณาและจะนำมาใช้แน่นอน เช่นเดียวกับปีก่อนคือ มาตรการลดหย่อนภาษี “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งภาคเอกชนก็เรียกร้องให้นำกลับมาใช้อีก น่าจะออกมาประมาณช่วงเดือน ธ.ค. และรอบนี้อาจจะไม่กำหนดให้ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเลือก ระหว่างมาตรการช้อปดีมีคืนกับมาตรการคนละครึ่ง เพื่อเปิดทางให้ผู้เสียภาษีประมาณ 4 ล้านคน สามารถใช้สิทธิ์ได้ทั้งหมด เชื่อว่าจะทำให้ผู้ที่อยู่ในฐานภาษีเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ อาจพิจารณาขยายโครงการคนละครึ่งออกไปอีก หลังจากจบโครงการสิ้นปีนี้ ซึ่งตอนนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังพิจารณาในรายละเอียด

ลดค่าโอน-จดจำนองบ้าน 5 ล้าน

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในส่วนข้อเสนอของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการให้ขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมการโอน-ค่าจดจำนองเหลือ 0.01% ไปอีก 1 ปี (ปี 2565) จากเดิมจะสิ้นสุดในปีนี้ ทางกระทรวงการคลังไม่ขัดข้อง รวมถึงเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องให้ขยายเพดานราคาบ้านเป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท จากเดิมให้แค่ 3 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ต้องหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง เนื่องจากค่าธรรมเนียมส่วนนี้จะมีผลกระทบต่อรายได้ท้องถิ่น

แบงก์รัฐเตรียมของขวัญปีใหม่

นอกจากนี้ รมว.คลังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานไปคิดมาตรการที่จะมอบเป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อบรรเทาภาระประชาชน จะเห็นความชัดเจนปลายเดือน พ.ย.เช่นเดียวกัน โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐน่าจะออกแพ็กเกจเป็นมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ อย่างเช่น ชำระดีมีคืน (cash back) เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ รมว.คลังกล่าวว่า การขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็นไม่เกิน 70% ต่อจีดีพี เป็นการเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง และยังมีแผนการใช้เงินเพื่อรองรับการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่ง ที่จะสิ้นสุด ธ.ค. 2564 ซึ่งจะออกมาตรการเพิ่มเติม และมีโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สำหรับผู้มีกำลังซื้อ แม้มีผู้ใช้สิทธิน้อยแต่จะพิจารณาให้อีก

นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องให้ออกมาตรการช้อปดีมีคืน ก็ขอให้รอก่อน ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากช่วงปีนี้เทศกาลปีใหม่กับเทศกาลตรุษจีนอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงอาจจะพิจารณาเพิ่มเติมให้ เนื่องจากจะต้องพยุงเศรษฐกิจไตรมาส 4 ให้เดินหน้าไปต่อได้ถึงปีหน้า

“กระทรวงการคลังพิจารณาข้อเรียกร้องมาตรการลดหย่อนภาษีอยู่ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายแล้ว หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะติดลบ ฉะนั้น ไตรมาสสุดท้ายปีนี้จะวางมาตรการเข้ามาช่วยกระตุ้น ประกอบเป็นช่วงปีใหม่ด้วย ซึ่งโครงการเราเที่ยวด้วยกันก็มาแล้ว เดี๋ยวจะมีมาตรการใหม่อีกแน่นอน”

ใช้เงินกู้ 5 แสนล้านกระตุ้น

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า สภาพัฒน์ได้หารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีนี้แล้ว โดยกระทรวงการคลังกำลังทำรายละเอียดมาตรการกลับมาเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้ให้เร็วที่สุด ซึ่งเม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท เพียงพอในการรองรับมาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค. 2564 วงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท คงเหลือ 355,832 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในส่วนกรอบวงเงิน 170,000 ล้านบาท ที่ ครม.อนุมัติเตรียมไว้จัดทำกรอบแผนงานหรือโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเป็นวงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนเสนอโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเข้ามาได้

“การพิจารณาโครงการจะแบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เริ่มประมาณ ต.ค. 2564 กรอบวงเงิน 100,000-120,000 ล้านบาท และรอบที่ 2 จะเริ่ม มี.ค. 2565 กรอบวงเงินประมาณ 50,000-70,000 ล้านบาท เป็นต้น” นายดนุชากล่าว

ท่องเที่ยวฟื้น-หนุนส่งออก-ลงทุน

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นโยบายเปิดประเทศจะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวค่อย ๆ ฟื้นตัว จากที่เคยหายไป 10% กลับมาเติบโตได้ ช่วยหนุนให้ภาคการส่งออกและการลงทุนดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะเติบโต 0-1% อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ รัฐต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าจะเปิดประเทศรูปแบบใด เช่น 1 พ.ย.นี้ เปิดธุรกิจอะไรบ้าง จังหวัดใด จังหวัดกลุ่มสีแดงเปิดอะไรได้บ้าง ช่วงเวลาใด

“หากถามถึงความพร้อมของประเทศเรา ผมมองว่ากรณีเลวร้ายสุดคือการรักษาและการฉีดวัคซีนทำไม่ได้ แต่นี่เราเห็นแล้วว่าสถิติคนที่รักษาหายมากกว่าคนที่ติดเชื้อ การเสียชีวิตลดลง แสดงว่าไทยพร้อมแล้ว ผู้ประกอบการเชื่อมั่นความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน การคลายล็อกเปิดประเทศ ทำให้หลายอย่างดีขึ้น ทั้งส่งออก ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 3 เดือนข้างหน้าดีขึ้น อยู่ที่ระดับ 93.0 จากระดับ 90.9 ในเดือน ส.ค. 2564 ในระยะสั้นเห็นผลเรื่องการออกมาจับจ่ายใช้สอย”

แต่ระยะยาว ต้องดูมาตรการรัฐที่ออกมากระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจจะผ่อนคลายการชะลอตัวของเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน ขณะเดียวกันการยืดชำระหนี้ให้ผู้ประกอบการตามที่เอกชนขอ 6 เดือนถึง 1ปี และให้ บสย.เข้ามาค้ำประกันในสัดส่วน 70% ก็เพื่อให้โอกาสผู้ประกอบการที่ได้เปิดกิจการมีเงินทุนสามารถเดินต่อทำกำไรได้

นักท่องเที่ยวช่วยหนุน GDP

สอดคล้องกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่มองว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่นายกฯออกมาประกาศสร้างความชัดเจนในการเปิดประเทศ จากปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง ประกอบกับแผนการจัดหาและจัดสรรวัคซีนที่ชัดเจน ประชาชนได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น การกระจายวัคซีนไปต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการติดเชื้อจากต่างประเทศก็ไม่มีปริมาณมาก

“สิ่งสำคัญขณะนี้ต้องเตรียมความพร้อมกระจายฉีดวัคซีนเพิ่มเติม ทั้งเข็ม 2 และเข็ม 3 โดยภาคเอกชนที่ร่วมเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลพร้อมสนับสนุน เพื่อร่วมเปิดประเทศไปด้วยกัน และสื่อสารไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น นอกจากนั้น มาตรการ COVID Free Setting ได้ปรับให้เหมาะสมกับสถานประกอบการ ให้สามารถปฏิบัติได้ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และเข้มงวด เพื่อให้ไม่เกิดการระบาดอีกรอบ”

นายสนั่นกล่าวว่า หอการค้าไทยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเดือนละ 1 แสนราย ส่งผลให้ GDP ในปีนี้โตขึ้นในกรอบ 0-1% หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศส่วนอื่น ๆ ตามที่ได้เคยเสนอไป ทั้งผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเติมเพิ่มเงินคนละครึ่งจาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท และช้อปดีมีคืน จะส่งผลให้ GDP ขยายตัวได้มากขึ้น

หัวใจคือความเชื่อมั่นต่างชาติ

ส่วนมุมมองของภาคการท่องเที่ยว นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ในฐานะสมาคมดูแลตลาดอินบาวนด์ (นักท่องเที่ยวขาเข้า) กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวช่วยให้บรรยากาศการเตรียมความพร้อมในการกลับมาทำธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการเริ่มผ่อนคลายขึ้น คนต่างชาติจะให้ความสนใจและเตรียมพร้อมเดินทางเข้าไทยมากขึ้น

แม้จะมีการเปิดให้เข้าประเทศแบบไม่กักตัวแล้ว แต่กลุ่มที่จะออกเดินทางเป็นกลุ่มแรก ๆ นั้นยังคงเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นในการเดินทาง อาทิ เพื่อติดต่อธุรกิจ เยี่ยมญาติ เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปนั้นคงเข้ามาไม่มากนัก

“ตอนนี้ตลาดที่มีโอกาสเดินทางยังเป็นโซนยุโรป อเมริกา เป็นหลัก ส่วนตลาดในโซนเอเชียยังไม่เห็นสัญญาณการเดินทางออกนอกประเทศ กระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากหัวใจสำคัญของกลุ่มที่ต้องการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวคือความปลอดภัย” นายศิษฎิวัชรกล่าว

ไทม์ไลน์ชัด บรรยากาศดีขึ้น

เช่นเดียวกับ นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) ที่กล่าวว่า การประกาศนโยบายดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรมมีไทม์ไลน์ชัดเจนในการตอบคำถามคู่ค้าและลูกค้าในต่างประเทศ จะทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยผ่อนคลายขึ้น มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

“ในแง่จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาคงยังไม่ได้มีนัยสำคัญมากนัก แต่ทิศทางจะดีขึ้น ทุกคนสามารถวางแผนธุรกิจของตัวเองได้ และมีความหวังมากขึ้น แต่ต้องรอประกาศในราชกิจจาฯเพื่อความแน่นอน” นางมาริสากล่าว

เร่งสร้างเชื่อมั่นด้านซัพพลาย

ด้านนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ความชัดเจนดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกลับมามีความหวังอีกครั้ง และมีไทม์ไลน์วางแผนทำธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผนการเจรจากับบริษัทนำเที่ยวในต่างประเทศซึ่งเป็นคู่ค้า สายการบิน รวมถึงผู้ให้บริการชาร์เตอร์ไฟลต์

ในส่วนของ สทท.นั้นจะเน้นขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการในด้านซัพพลายช่วยกันสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกรูปแบบ และปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังต้องพยายามทำให้แคมเปญไทยเที่ยวไทย ซึ่งขณะนี้มีแคมเปญใหญ่อยู่ 3 แคมเปญ คือ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3, ทัวร์เที่ยวไทย และประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ

Q4 นักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เชื่อว่าการแถลงการณ์เปิดประเทศของรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวและก้าวผ่านจุดต่ำสุดได้ โดย ททท.ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวใหม่อีกครั้ง เนื่องจากประกาศดังกล่าวปรับลดเงื่อนไขการเดินทางค่อนข้างมาก ช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้เดินทาง คาดว่าไตรมาสสุดท้ายไทยน่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเป้าเดิมที่ 7-8 แสนคน

“เรามองว่านับจากนี้เป็นต้นไป ภาคอุตฯท่องเที่ยวของไทยจะเติบโตในรูปแบบตัววี (V) และปีหน้าจะมีรายได้ประมาณ 50% ของปี 2562 ที่มีรายได้ 2 ล้านล้านบาท และมีรายได้เพิ่ม 80% ของปี 2562 ในปี 2566”

นอกจากนี้ มองว่าการกลับมาของอุตฯท่องเที่ยวจะเป็นการเติบโตในเชิงคุณภาพ เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง การท่องเที่ยวไทยจะเติบโตไปควบคู่กับการปรับโครงการที่มุ่งไปสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแบบไม่กักตัวยังต้องดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของกระทรวงสาธารณสุข อาทิ ประชาชนในพื้นที่ต้องปลอดภัย ฉีดวัคซีนครอบคุลมไม่ต่ำกว่า 70% ต้องพร้อมบริหารจัดการ มีการติดตามตัวนักท่องเที่ยว ต้องมี command certer ดูแลนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องการอำนวยความสะดวกสูงสุดให้นักท่องเที่ยว

เหล้า-เบียร์จี้เปิดขาย 1 พ.ย.

ขณะที่นายธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) เปิดเผยว่า การระบาดของโควิด-19 กระทบอุตสาหกรรมรวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มูลค่ากว่า 3.7 แสนล้านบาท (ปี’61-62) ให้หายไปกว่า 50% เหลือราว 2.6-2.7 แสนล้านบาท ทำให้ช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ ถูกกระทบอย่างมาก

การผ่อนคลายมาตรการเปิดผับบาร์จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลดีทั้งระบบ ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารยอดขายจะกลับมา 30-40% จากการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภายใต้มาตรการอย่างเข้มข้น) กลุ่มนักดนตรี นักแสดงที่จะกลับมาสร้างเม็ดเงินต่าง ๆ หมุนเวียนเพิ่ม จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 1-2 หมื่นล้านบาทต่อวัน

แต่การผ่อนคลายเปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วันที่ 1 ธ.ค.นี้ มองว่ายังไม่ชัดเจน ทำให้ยากที่จะเตรียมความพร้อมเปิดจำหน่าย ทั้งจัดซื้อสินค้าเข้าร้าน จัดคิวนักแสดง ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นต้นทุน จึงอยากให้รัฐกำหนดให้ชัดเจน

นอกจากนี้ ผ่อนคลายธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ไม่สอดคล้องกับไทม์ไลน์การเปิดประเทศ 1 พ.ย. เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ควรพิจารณาให้สามารถเปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารนำร่องก่อนวันที่ 1 พ.ย. ทั้งนี้ TABBA กับสมาคมผู้ประกอบการต่าง ๆ นักดนตรี ร้านอาหาร ฯลฯ เพื่อหารือร่วมกันก่อนยื่นข้อเสนอถึงนายกฯ ให้เปิดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วันที่ 1 พ.ย.นี้

จัดเคานต์ดาวน์ถนนข้าวสาร

นายสง่า เรืองวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัดดี้ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า สมาคมได้มีการเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเพื่อรองรับการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ รอบด้าน ทั้งเร่งปูพรมฉีดวัคซีนผู้ประกอบการในย่านทั้ง 2 โดสไปแล้วกว่า 90% ประสานกับทางเขต และกระทรวงสาธารณสุข ด้านความปลอดภัยและมาตรการต่าง ๆ หากรัฐบาลไฟเขียวให้เปิดผับบาร์ได้ ก็พร้อมเปิดให้บริการภายใต้มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดทันที นอกจากนี้ยังเจรจากับสมาคมคู่ค้าแผงลอยในการวางจุดจำหน่าย จัดกิจกรรมปีใหม่ เคานต์ดาวน์ เป็นต้น

“เรามีแผนแม่บทด้านต่าง ๆ ทั้งกิจกรรมช่วงสิ้นปี เคานต์ดาวน์ วางไว้อยู่แล้ว เพียงแต่รอความชัดเจนของภาครัฐในการผ่อนคลายมาตรการ รวมถึงการพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่าหลาย ๆ อย่างต้องทำให้รอบคอบก่อนที่จะทำกิจกรรมอะไรในช่วงเวลานี้ โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นด้านเศรษฐกิจและสาธารณสุขต้องเดินคู่กันไป เพื่อฟื้นประเทศทั้งสองด้าน”

พัทยาสับสนกฎเปิดประเทศ

ด้านนายพิสูจน์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมภาคตะวันออก กล่าวว่า แม้นายกฯแถลงเตรียมเปิดประเทศ 1 พ.ย. แต่มองว่ายังไม่มีความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขและข้อปฏิบัติในการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แผนโครงการพัทยามูฟออนต่าง ๆ ที่ทำมาก่อนหน้า 6 เดือน คงต้องยกเลิกไปทั้งหมด

“ตอนนี้คือรอความชัดเจนหลาย ๆ เรื่อง อาทิ 1.การตรวจ RT-PCR จะดำเนินการตรวจที่ไหน ตรวจอย่างไร หากเดินทางมาถึงสนามบินแล้วทำการตรวจเลย หรือต้องไปรอตรวจที่ไหน และจะให้เดินทางไปรอผลตรวจที่โรงแรมที่เช็กอินเลยหรือไม่ ถ้าผลตรวจออกมาเป็นลบก็ไม่ต้องกักตัว 2.กรณีนักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนยังไม่ครบโดส ต้องกักตัวหรือไม่ 3.ถ้าหากมาจากประเทศที่ไม่ใช่ 10 ประเทศตามที่นายกฯแถลงการณ์ จะต้องกักตัวหรือไม่ สถานที่กักตัวที่ไหน”

ศบค.เคาะวันนี้(14 ต.ค.) ขยายเคอร์ฟิว ลดพื้นที่แดงเข้ม เปิดห้างฯถึง 4 ทุ่ม

อ่านข่าวต้นฉบับ: เปิดประเทศปั๊มชีพจรเศรษฐกิจ ฟื้นท่องเที่ยว อัด “ช้อปดีมีคืน” ปลุกจับจ่าย

Link : Read More
Credit : https://www.prachachat.net
Tags : #ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจการค้า

มีเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาแนะนำ คือเว็บไซต์ www.thaitravelloc.com เป็นเว็บไซต์ที่ให้คุณสามารถ ค้นหาสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจทั่วทุกภาคของประเทศไทย และสามารถจองโรงแรมที่พักล่วงหน้า เพื่อการท่องเที่ยวของคุณได้อีกด้วย

Leave a Reply

Drived by WordPress

Links : | |

All rights reserved © Social Multiculious Forum Live News Theme by Seos Themes

Social Multiculious Forum View Stats